กสทช.ชี้คดี "เจ๊ติ๋ม" ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดรับประเมินผลกระทบยาก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรรมการกสทช.ชี้ไทยยังไม่เคยเตรียมความพร้อมเรื่อง 5 จี ปัญหาใหญ่ของการประมูลคลื่นคือทุกคลื่นมีเจ้าที่อยู่แล้ว-ไม่ยอมคืนให้กสทช. ผอ.ทีดีอาร์ไอเผยการกำกับดูแลจะต้องเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ห่วงเรื่องการผูกขาดและการคุ้มครองผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2561 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TBS) เปิดตัว “Digital Dialogue” – ถกอนาคตดิจิทัลไทย วงแชร์ความคิดและประสบการณ์เรื่องอนาคตสังคมไทยในโลกดิจิทัล ในหลากหลายมิติ   นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  กล่าวว่า โลกของการสื่อสารมันเปลี่ยนตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้กฎกติกาต้องเปลี่ยนไป เมืองไทยยังไม่พร้อมกับระบบอินเทอร์เน็ต 5 จี เพราะการลงทุน 5 จีต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล แต่ประเทศยังไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการรองรับ 5 จีเลย

ส่วนปัญหาการทำงานของประเทศไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องอนาคตแต่เป็นเรื่องของอดีต ที่พูดคือพวกคดีเกี่ยวกับคลื่นความถี่ที่เอกชนบางเจ้าไม่คืนให้รัฐ หรือบางรัฐวิสาหกิจ,กองทัพ,เอกชน เองที่ใช้คลื่นอยู่แต่เอาจริงๆไม่มีหลักฐานการอนุญาตให้ใช้ แต่ก็ไม่ได้จัดการอะไรจริงจังเพราะเห็นว่าเป็นรัฐเหมือนกัน

เมืองไทยคลื่นทุกคลื่น มีเจ้าที่หมด เราจะไปเอาคืน เขาก็ฟ้องเรา เจ้าที่ส่วนใหญ่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ในเมืองไทยมีวัฒนธรรมที่เข้าอกเข้าใจกัน เลยไม่ค่อยมีการแสดงปฎิกริยาการเป็นปฎิปักษ์ต่อกันอย่างรุนแรง เลยอยู่ๆกันมาแบบนี้ วิธีแก้คือเราเอาหลักฐานกางกัน ใครมีหลักฐานว่าคุณได้คลื่นโดยชอบด้วยกฎหมายก็ใช้ต่อได้ ใครไม่มีก็คืนมา หลายคลื่นส่วนราชการไทยเอาไปใช้มาโดยตลอดแต่ไม่เคยมีหนังสืออนุญาตเลย จะไปค้นกรมกองไหนก็ไม่มี แต่ก็ใช้คลื่นมาตลอดโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการดำเนินคดีกันเพราะเห็นว่าเป็นราชการด้วยกัน

“กฎหมายให้กสทช.ชุดปัจจุบันตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาสัมปทานทั้งหมดรวมถึงสัมปทานโทรศัพท์มือถือ  ผ่านมา 6 ปีกสทช.ไม่ตรวจสอบ มีแต่ตรวจว่าสัญญายังมีผลอยู่ เรื่องนี้เด็กป.4ก็รู้ว่ามันยังมีสัญญา แต่กฎหมายให้เราตรวจความชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่มีใครทำ ท้าเลยให้ไปเอามติที่บอกว่า AIS ,True, Dtac ชอบด้วยกฎหมายมาให้ผมดู ผมบอกเลยไม่มี มีแต่ตรวจสอบว่าสัญญามีผลอยู่  นั่นหมายความว่าเราไม่เคยทำตามกฎหมายให้เสร็จจนสิ้นสุดกระบวนการ”

“อนาคตอยากให้กสทช.มองแผนที่ดิจิตอลทีวี ต้องมองเห็นอนาคต 6 ปี ข้างหน้า อย่าคิดทำงานเป็นวันๆ ไม่ใช่วันนี้บอกจะประมูลคลื่นเดือนหน้า พอพรุ่งนี้บอกยังไม่รู้”

ส่วนเรื่องคดีที่ทีวีพูลขอคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลไม่สามารถบอกถึงผลกระทบที่จะตามมาได้ เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุด แต่ถ้าสมมติเล่นๆว่าเมื่อคดีถึงที่สิ้นสุดแล้วศาลยังยืนยันคำตัดสินเดิม ก็ถือว่ามีช่องทางให้ช่องที่ถอดใจไม่อยากทำต่อได้ถอนตัว ส่วนรัฐก็ได้คลื่นคืนมาเอาไปประมูลใหม่ แต่ถามว่าจะเอามาประมูลทำช่องทีวีอีกหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นเพราะตลาดมันล้น อย่างอเมริกาได้ช่องคืนมาเขาก็เอาไปประมูลเป็นคลื่นโทรคมนาคม

ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ในอนาคต กสทช.  ต้องปรับตัวรับความท้าทายใหม่ นโยบายหรือมาตรการกำกับดูแลแบบเดิมต้องเปลี่ยนแปลง จะกำกับอะไรไม่มีเหตุผลที่เพียงพอไม่ได้แล้ว ต้องมีเหตุผล ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ  การกำกับดูแลควรจะเป็นวิธีที่โปร่งใส รับฟังความคิดเห็นคนอื่น ทุกอย่างต้องมีความเหมาะสมของเป้าประสงค์ที่หลากหลาย 

ส่วนถ้าพูดเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ ไม่อยากให้การประมูลเป็นแบบเมื่อครั้งก่อนเพราะราคาที่รัฐได้จะต่ำมาก ต้องคิดกันว่าจะออกแบบกติกายังไงให้มีหลายเจ้าเข้ามาร่วมประมูล และออกแบบยังไงให้มีการแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องมีราคาขั้นต่ำ การออกแบบที่ดีไม่ต้องกังวลเรื่องราคาขั้นต่ำ แต่ให้เป็นการแข่งขันที่แท้จริง ไม่งั้นการประมูลออกมาก็จะมีแต่คนยื่นราคาขั้นต่ำ

ตลอดการทำงาน 5 ปีของกสทช.ที่ผ่านมาที่อ่อนมากคือ การคุ้มครองผู้บริโภคเพราะทางกสทช.ไม่ได้ทำให้ความสำคัญกับด้านนี้เท่าไหร่นัก และอีกด้านคือการควบคุมด้านคุณภาพที่ยังห่างไกลกับสิ่งที่โฆษณามาก หากทำได้ก็จะทำให้มาตรฐานของกสทช.นั้นสูงขึ้น  ต้องมีการบริหารโครงข่ายไม่งั้นประเทศไทยมี 5 จีไม่ได้เพราะ 4 จีประเทศเรายังช้าอยู่แบบนี้  

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากในตลาดโทรคมนาคมไทยคือการผูกขาดในธุรกิจโทรคมนาคมไทย เพราะการกำกับดูแลไม่เอื้อประโยชน์ให้รายใหม่เข้ามาร่วมงาน เพราะมีต้นทุนสูงและไม่มีใครอยากเข้ามา โดยบางประเทศมีการแบ่งคลื่นความถี่เพื่อให้รายใหม่เข้ามา 


 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ