สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครือข่ายนักเรียนมัธยม พร้อมใจกันออกมาแสดงพลังทั้งในเมืองหลวง และอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วสหรัฐฯ โดยกิจกรรมเมื่อวานนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมรำลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 เดือน เหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยม "มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส" ที่เมืองพาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน
กิจกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสาย ซึ่งตรงกับเวลาประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กลุ่มนักเรียนพากันวอล์กเอาต์ ออกไปรวมกันที่ด้านนอกห้องเรียนเป็นเวลา 17 นาที และบางส่วนได้เดินขบวนไปตามท้องถนนทั่วเมือง เพื่อแสดงจุดยืนครั้งใหญ่ร่วมกัน โดยพวกเขาต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขกฎหมายอาวุธปืน ให้มีความเข้มงวดจริงจังมากขึ้น เพื่อลดความสูญเสีย
ขณะที่ บรรยากาศที่หน้าทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตันดีซี มีนักเรียนจำนวนมากมารวมตัวกัน ทั้งหมดพร้อมใจกันนั่งหันหลังให้ทำเนียบขาว พวกเขาบอกว่าต้องการส่งสารถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯว่า เราจะหันหลังให้กับคนที่ไม่ต่อสู้เพื่อประชาชน
เช่นเดียวกับที่นครลอสแองเจลิส และนครนิวยอร์ก มีนักเรียนจำนวนมากใส่เสื้อ ใช้ผ้าโพกศีรษะ หรือชูป้ายที่มีสีส้ม เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยพวกเขาบอกว่า หากสภาคองเกรสไม่ทำอะไรในเรื่องนี้ เราซึ่งเป็นนักเรียนก็จะเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเอง
บรรยากาศในเมืองพาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุ มีกลุ่มนักเรียน นำทีมโดยผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงครั้งนั้น ออกมาเคลื่อนไหวคึกคักไม่แพ้กัน
ทั้งนี้ กิจกรรมของนักเรียนทั่วสหรัฐฯ เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯลงมติอนุมัติงบประมาณปีละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งรวมถึงการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ จัดการฝึกอบรมให้ครูและนักเรียนสังเกตสิ่งผิดปกติและประเมินสถานการณ์ การติดตั้งระบบคัดกรองอาวุธ รวมทั้งการประสานงานระหว่างตำรวจและโรงเรียน แต่ยังไม่มีการการฝึกอบรมอาวุธและอนุญาตให้ครูพกปืน ตามที่ทรัมป์ และสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติสหรัฐฯ เคยเสนอไปก่อนหน้านี้