ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสง่า เรืองวัฒนกุล ที่ปรึกษาสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปีก่อน เนื่องจากอัตราการจองห้องพักล่วงหน้าในเดือน กุมภาพันธ์ถึงมีนาคมสูงกว่า 90% และจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือน เมษายนโดยคาดว่าในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ จะมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาเต็ม 100%
ขณะที่ข้อมูลสมาคมโรงแรมไทย คาดว่า ช่วงสงกรานต์ในภาคตะวันออกจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5-10% โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่มีการพักระยะยาวเข้ามามากขึ้น รวมถึงตลาดจีนและอินเดีย โดยยอดจองห้องพักล่วงหน้าช่วงสงกรานต์สูงกว่า 90% ส่วนภาคใต้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้รายได้ของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 15-20% จากปีก่อนอัตราการจองห้องพักล่วงหน้าโรงแรมในภาคใต้ที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา สูงกว่า 70% และภาคเหนือ พบว่ายอดการจองห้องพักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีการจองแล้วกว่า 80-85%
ขณะที่ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าตั้งแต่วันนี้ หรือ 19 มีนาคม ถึง 25 มีนาคม 2561 จะเริ่มคุมเข้มตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของรถโดยสารสาธารณะทุกคัน ตามมาตรการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยตั้งเป้าไม่มีผู้เสียชีวิตและได้บาดเจ็บ จากการให้บริการของระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งพนักงานขับรถทุกคนจะต้องมีระดับแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ โดยกรมการขนส่งทางบก จะเริ่มส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในสถานประกอบการ, สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่งทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบสภาพรถโดยสาร, พนักงานขับรถ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้โดยสาร หรือการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ที่กรมขนส่งกำหนดกว่า 20 รายการ อาทิ ระบบเบรก, ยางล้อ, เข็มขัดนิรภัย, ประตูรถ, ถังดับเพลิง, ค้อนทุบกระจก เป็นต้น
ทั้งนี้ หากพบรถโดยสารไม่ปลอดภัย และไม่พร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะพ่นข้อความ "ห้ามใช้" ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องนำรถคันนั้นเข้าปรับปรุงและตรวจสภาพก่อน จึงจะสามารถนำรถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ