แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในบางประเทศที่มีนโยบายการเก็บภาษีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์ยอดนิยมอย่างสุนัข เพราะถือเป็นการจัดระเบียบสุนัขจรจัดได้อีกวิธีหนึ่ง อย่าง “ประเทศเนเธอร์แลนด์” ที่ถูกขนานนามว่าเป็นประเทศแรกของโลกที่ไม่มีสุนัขจรจัดเลย เพราะสุนัขทุกตัวต้องลงทะเบียน ไมโครชิพ จาก Dutch Pet Database รวมถึงมีการเก็บภาษีสุนัขตามจำนวนของสุนัขที่เลี้ยงคือมีหลายตัวก็เสียมากแต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 120 ยูโร หรือประมาณ 4,600 บาท ต่อตัวต่อปี ซึ่งเงินที่เก็บภาษีไปนั้นทางภาครัฐจะนำไปซื้อถุงใส่อุจจาระของสุนัขแจกไว้ตามสวนสาธารณะ สนับสนุนให้รับสุนัขจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงมากกว่าซื้อสุนัขซึ่งจะเสียภาษีน้อยกว่า ขณะเดียวกันยังมีกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เคร่งครัดมาก เช่น หากปล่อยสุนัขถ่ายเรี่ยราดอาจถูกปรับถึง 140 ยูโร (5,300 บาท) พาสุนัขไปเดินเล่นแต่ไม่มีสายจูงในเขตที่กำหนดปรับอีก 90 ยูโร (3,400บาท)และถ้าทอดทิ้งสุนัขหรือดูแลไม่เหมาะสมถูกปรับสูงถึง ปรับ 16,000 ยูโร (600,000 บาท) แต่ถ้าเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์มีโทษจำคุกมากกว่า 3 ปี
ขณะที่ประเทศเยอรมนี มีลักษณะคล้ายกับประเทศเนเธอร์แลนด์คืออัตราภาษีสุนัขที่ชื่อว่า Hundesteuer ผู้เลี้ยงจะได้รับลดหย่อนอัตราภาษีหากรับสุนัขมาเลี้ยงจากสถานสงเคราะห์โดยเงินภาษีจะนำไปพัฒนาปรับปรุงสถานสงเคราะห์ รณรงค์ให้ผู้เลี้ยงสุนัขทำหมัน ฝังไมโครชิฟ และในบางรัฐ ต้องมีการสอบข้อเขียน Hundeführerschein เพื่อดูว่าจะสามารถเลี้ยงสุนัขได้ถูกต้องหรือไม่ ขณะที่สุนัขก็ต้องผ่านการทดสอบพฤติกรรมจากสัตวแพทย์
ส่วนในแถบเอเชียก็มีประเทศที่เคร่งครัดเรื่องการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะประเทศที่มีระเบียบวินัยและความสะอาดสูงอย่างญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ที่ ประเทศญี่ปุ่น ปีนี้ (2561) จะมีการประกาศใช้ มาตรการกำหนดเงื่อนไขการซื้อขายสัตว์เลี้ยง เช่น ห้ามแยกลูกสุนัขหรือแมวจากแม่ 56 วันหลังคลอด ห้ามร้านค้าซื้อขายสัตว์เลี้ยงก่อนเวลา 08.00 น. และหลัง 20.00 น. เพราะการเปิด 24 ชั่วโมงจะมีผลต่อสุขภาพของสัตว์ การทำโครงการจิตอาสา TNR ร่วมกับคนท้องถิ่นและองค์กรช่วยเหลือและควบคุมสุนัขจรจัด ดักจับ (trap) ทำหมัน (neuter) ปล่อยคืน (release) ช่วยเหลือสุนัขจรจัดเพื่อลดจำนวนสุนัขจรจัดและแมวในระยะยาว
ประเทศสิงคโปร์ มีกฎระเบียบในการเลี้ยงสุนัขและแมวเข้มงวดมาก คือ การกำหนดอายุของผู้เลี้ยงและสมาชิกในครอบครัวอุปถัมภ์ คือ ต้องมีอายุ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไปและห้ามสมาชิกในครอบครัวอุปถัมภ์มีเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปีเด็ดขาด รวมถึงยังต้องแสดงเอกสารก่อนเลี้ยง เช่น เอกสารการเสียภาษี โฉนดที่ดิน เอกสารการอนุญาตให้เลี้ยงในพื้นที่อาศัยรวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมที่มีความแปรผันตามอายุสุนัข คือ สุนัขอายุมากค่าธรรมเนียมน้อยและก่อนรับเลี้ยงจะต้องเข้าพบทำความคุ้นเคยกับสุนัขก่อน
นอกจาก ขั้นตอนก่อนรับเลี้ยงสุนัขแล้วยังมีข้อบังคับที่เข้มงวดสำหรับการดูแลสุนัขด้วย เช่น ถ้าปล่อยให้สุนัขถ่ายเรี่ยราดจะถูกปรับถึง 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (23,600 บาท) และหากมีการทารุณกรรม-ทอดทิ้งสัตว์เลี้ยง ปรับมากกว่า 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (230,000 บาท) และจำคุกอย่างน้อย 1 ปี
สำหรับประเทศไทย "โรคพิษสุนัขบ้า" กำลังพูดถึงอีกครั้งหลังมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 รายในปีนี้และมีจำนวนสุนัขจรจัดถึง 1,000,000 ตัวจากจำนวนสุนัขและแมวกว่า 10,000,000 ตัว กรมปศุสัตว์จึงตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้แก่สุนัขและแมว ไว้ที่ 8 ,000,000 ตัว ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จนถึง 20 มีนาคม 2,000,000 ล้านตัว ส่วนการผ่าตัดทำหมันซึ่งมีเป้าหมาย 300,000 ตัว มีการดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 จนถึง 20 มีนาคม แล้ว 100,000 ตัว
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นถกเถียงการแก้ปัญหาระยะยาวและถาวร เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องการจัดการสุนัขจรในเมืองไทย เช่น การเซ็ตซีโร่ โดยการกำจัดสุนัข มาจนถึงประเด็นล่าสุดคือ การเสียภาษีสำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงสุนัขหรือแมวซึ่งเรื่องนี้คงต้องดูกันยาวๆ ว่าจะมีทางออกร่วมกันอย่างไร แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่รับรู้ได้ตอนนี้คือ "โรคพิษสุนัขบ้า" เป็นโรคที่อันตรายมากที่สุดและกำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้
ที่มา : เว็บไซต์ Dogilike.com
ภาพ เอเอฟพี