วันนี้ (22 มี.ค.61) นาย กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการตรวจสอบความผิดผู้ประกอบการ รถบัสสองชั้นที่ประสบอุบัติเหตุหลุดโค้ง บนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน และบาดเจ็บกว่า 30 คน ว่า เบื้องต้นส่งเจ้าหน้าวิศวกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างและสาเหตุแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่า รถคันนี้ เป็นรถเช่าไม่ประจำทาง ของนางทัน เลิศสหพันธุ์ มีรถที่จดทะเบียนขออนุญาต ทั้งหมด 3คัน เป็น รถบัส สองชั้น 2 คัน รถบัสชั้นเดียว 1 คัน โดยคันที่เกิดอุบัติเหตุ พบข้อมูลการต่อพ.ร.บ.รถ และประกันภัยชั้นสาม กับบริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัด ถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นกรมการขนส่งทางบกเพิกถอนใบอนุญาติรถ และเตรียมสอบสวนนางทัน ผู้ประกอบการ หากมีความผิดร่วม จะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเดินรถ และจะนำรถที่อยู่ในบัญชีอีก 2 คันมาตรวจสภาพ
“นักวิชาการ” แนะ ควรมีระบบแจ้งเตือนความเร็ว
ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนยว์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่า เกิดจากความไม่ชำนาญเส้นทางของคนขับ ทำให้ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ส่งผลให้เบรคทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ คือ รถรุ่นนี้ ระบบเบรก เป็นแบบลม เมื่อลงจากเขา ในความเร็ว และมีการเบรคหลายครั้ง ทำให้ระบบปั๊มลมไม่ทัน จึงทำให้เบรคไม่ทำงาน หรือเรียกว่า เบรคแตก
อีกหนึ่งปัจจัย คือ รถบัสสองชั้นคันนี้ มีโครงสร้างขนาดใหญ่เมื่อชนกับแท่งแบริเออร์ทำให้พลิกคว่ำ และสร้างความเสียหายกว่ารถบัสชั้นเดียว จึงเสนอให้กรมการขนส่งควรกำหนดเส้นเดินของรถบัสไม่ประจำทางขนาดสองชั้น และเสนอให้มีระบบจีพีเอสเตือนความเร็วสอดคล้องกับสภาพถนน โดยผู้เชี่ยวชาญยกตัวอย่างว่า ถนนเส้นดังกล่าว กำหนดความเร็วที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รถวิ่งที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะติดจีพีเอส เตือนระบบความเร็ว แต่จีพีเอส ยังไม่มีการแจ้งเตือน เนื่องจาก จีพีเอส จะตั้งค่าการเตือนที่ 90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
สำหรับกรมการขนส่งทางบกมีสถิติการเกิดอุบัติของรถโดยสารสองชั้น ทั้งแบบประจำทางและไม่ประจำทาง ในปี 2560 มี103 ครั้ง แต่ไม่มีบันทึกสถิติบาดเจ็บหรือเสียชีวิต