ผลการวิจัยนี้เป็นของมูลนิธิ”โอเชียน คลีนอัพ”(Ocean Cleanup) ที่ติดตามและศึกษาปริมาณขยะพลาสติก ที่ถูกทิ้งลงมหาสมุทรในทุกๆ ปี และพบว่า จำนวนลพาสติกในมหาสมุทรทั้ง 5 แห่ง เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ที่มีปริมาณมากที่สุดอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะพื้นที่ระหว่างรัฐคิลฟอร์เนียกับฮาวายของสหรัฐ มีขยะพลาสติกลอยเป็นแพ คิดเป็นน้ำหนักมากว่า 8 หมื่นตัน พลาสติกที่ถูกทิ้งเหล่านี้ ส่วนใหญ่ถูกสภาพอากาศกลางทะเลย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ ที่เรียกว่า”ไมโครพลาสติก” ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะสัตว์น้ำสามารถกินเข้าไปได้ อีกทั้งยังมีการรวมตัวระหว่างพลาสติกกับสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร เช่นสาหร่าย ทำให้จับตัวกันเป็นแพกินพื้นที่มากถึง 1 ล้าน 6 แสนตารางกิโลเมตร
จำนวนขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ส่วนหนึ่งลอยมาจากประเทศญี่ปุ่น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2011 ซึ่งคิดเป็นจำนวนมากถึงร้อยละ 20 ของพลาสติกในมหาสมุทรทั้งหมด ที่เหลือก็เป็นเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งของเล่น อวนของชาวประมง รวมถึงฝารองนั่งของโถชักโครก
แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลมากที่สุดคือ ขยะพลาสติกที่ลอยเข้าไปในระบบการไหลเวียนของน้ำทะเล ซึ่งพลาสติกเหล่านี้จะแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ที่เรียกว่า”ไมโครพลาสติก” และสัตว์น้ำจะกินเข้าไป จึงเป็นอันตรายทั้งต่อระบบนิเวศน์เรื่อยไปจนถึงมนุษย์ที่จับสัตว์พวกนี้มาบริโภค