จากเหตุการณ์รถบัส 2 ชั้นที่โดยสารแรงงานชาวเมียนมาร์ เกิดไฟไหม้ในระหว่างเดินทางจาก อ.แม่สอด จ.ตาก มายังนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี จนมีคนเสียชีวิตมากถึง 20 คน นั้น
เมื่อวันที่(30 มี.ค. 61) นายทุน หลุ่ย ผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ เดินทางมายัง สภ.แม่ท้อ เพื่อติดตามเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์บุคคลได้ เพราะศพ ถูกไฟไหม้จนไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยสายตาได้ ต้องตรวจสอบดีเอ็นเอ.เท่านั้น ทำให้ทางการเมียนมาร์ ขอให้ฝ่ายไทยดำเนินการให้เพราะยังไม่มีเทคโนโลยีในการตรวจสอบ
ด้าน นางข่าย ซาย แรงงานชาวเมียนมาร์ที่รอดชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุนอนหลับอยู่ด้านหน้ารถ เมื่อเกิดไฟไหม้ก็สะดุ้งตื่น แล้วรีบลุกวิ่งเอาตัวรอด พร้อมกับช่วยกันปลุกให้คนอื่นตื่น
ส่วนคนขับรถได้ลงไปเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงเฉพาะประตูด้านหน้าเท่านั้น ส่วนประตูด้านหลังไม่ได้เปิด ทำให้คนที่อยู่ด้านในรถหนีไม่ทัน
ขณะที่ นายบัญฑูร วิฑูร เจ้าของรถและคนขับ ยืนยันว่า รถของตัวเองมีสภาพดี และตรวจเช็คเครื่องยนต์ตลอด ก่อนเกิดเหตุได้กลิ่นควันบุหรี่ และ กลิ่นไฟไหม้ จากนั้นไฟลุกไหม้จากบริเวณใต้ท้องรถ จึงรีบลงไปเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงแต่ทำอะไรไม่ทัน เพราะไฟลุกไหม้เร็วมาก
ขณะที่ ฝ่ายปกครองจ.ตาก ได้ประสานกับทางการเมียนมาร์ เพื่อแจ้งญาติผู้เสียชีวิต และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการช่วยเหลือ และส่งศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา หลังตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้ว
เบื้องต้น วงเงินประกัน พ.ร.บ.เยียวยาค่าเสียหายเบื้องต้นศพละ 35,000 บาท บาดเจ็บตามจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย หากพิสูจน์ภายหลังเป็นความรับผิดของผู้ขับขี่ บริษัทจ่ายเพิ่มค่าปลงศพไม่เกิน 300,000 บาท ค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 80,000 บาท ค่าชดเชยการนอนโรงพยาบาลวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวพีพีทีวี ได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ ศวปถ.ให้ความเห็นว่า เป็นความบกพร่องของกรมการขนส่งทางบก ที่ปล่อยให้รถโดยสารประจำทาง หมวด 4 ที่วิ่ง ในพื้นที่จ.นครสวรรค์ ออกมาให้บริการนอกเส้นทางที่อ.แม่สอด จ.ตาก โดยไม่ขออนุญาต ทำให้ก่อนออกเดินทาง รถคันนี้ไม่ผ่านการตรวจสอบความพร้อมของรถ ถังดับเพลิง อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และคนขับ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อผู้โดยสาร
โดย ปัจจุบันรถหมวด 4 ยังถูกอนุโลมให้ไม่ต้องติดตั้งจีพีเอส แต่พบว่าถูกนำออกมาใช้ในลักษณะเช่าเหมาเช่นนี้บ่อยครั้ง ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก
ส่วนการเยียวยาผู้เสียชีวิต เป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ เจ้าของรถ ต้องจ่ายเพิ่มค่าปลงศพไม่เกิน 300,000 บาท นั้น นพ.ธนะพงศ์ระบุว่า ควรจ่ายให้โดยไม่จำเป็นต้องรอพิสูจน์สาเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์นี้เจ้าของรถมีส่วนรับผิดชอบ