ขสมก.แจงปมยกเลิก “Cash box” เหตุระบบไม่สเถียร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ขสมก.แจงเหตุยกเลิกCash box เพราะระบบไม่สเถียรทอนเงินใช้เวลานานทำให้จราจรติดขัด ยืนยันไม่เสียงบประมาณ เพราะยกเลิกสัญญาไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

นายณัฐชาติ  จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวถึงกรณีการยกเลิกเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box) บนรถโดยสารประจำทางทั้งหมด จากเดิมที่ได้ติดตั้งไปแล้ว 100 คัน เนื่องจากพบว่า ระบบไม่เสถียร มีการทดลองหลายครั้งก็ใช้งานไม่ได้ อีกทั้งไม่ได้ทำให้การลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร เป็นไปตามที่วางแผนไว้ด้วย โดยกรณีดังกล่าวสื่อโซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งวิจารณ์ในเชิงลบ พร้อมตั้งคำถามถึง ขสมก.ว่าจะรับผิดชอบต่องบประมาณที่ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไร นั้น

 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอชี้แจง  ดังนี้

1. คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2557 ให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการนำระบบตั๋วร่วม (E-ticket)  มาใช้ในการเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนที่สัญจรโดยเรือโดยสาร รถไฟฟ้า  และรถโดยสารประจำทาง และให้คำนึงถึงการให้บริการแก่ผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงระบบบริการขนส่งสาธารณะ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  (ขสมก.)  จึงได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งระบบ E-Ticket และเครื่องเก็บค่าโดยสาร(Cash box) ในรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จำนวน 2,600 คัน ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดย ขสมก.ได้ทำสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) กับกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน โดยบริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน)เป็นบริษัทหลัก มีกำหนดการเช่า 5 ปี ตามสัญญาเลขที่ ช.15/2560 ลงวันที่ 15 มิ.ย. 2560

 2. การเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) มีการติดตั้งระบบ 2 ส่วน คือ เครื่องอ่านบัตร (E-Ticket) และเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box) ซึ่งปัจจุบัน ขสมก.ยังไม่ได้ทำการตรวจรับจากการทดสอบระบบของคณะกรรมการตรวจรับ พบว่าเครื่องอ่านบัตร (E-Ticket) สามารถอ่านบัตรใช้งาน  ได้ตามเงื่อนไข TOR  ส่วนเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box) ระบบไม่เสถียรทำงานไม่สมบูรณ์ ขสมก. มีนโยบายจะยกเลิกสัญญาเฉพาะในส่วนของเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box)  เนื่องจากการใช้งานเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box) ยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารเงินสด ระบบทอนเงินใช้เวลานานส่งผลกระทบทำให้การจราจรติดขัด ประกอบกับการนำเสนอแผนฟื้นฟู คณะอนุกรรมการ คนร. และ คนร.ให้พิจารณาผลกระทบต่อพนักงานเก็บค่าโดยสารที่ต้องเออรี่รีไทร์  อาจสร้างปัญหาในด้านแรงงาน ซึ่งในอนาคต ขสมก.จะใช้ระบบเครื่องอ่านบัตร (E-Ticket) เพียงอย่างเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย  และนโยบายการไม่ใช้เงินสด  ในส่วนของ ขสมก.ยังสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารเงินสดได้ด้วย

 3. ขณะนี้ ขสมก.อยู่ระหว่างตรวจสอบสัญญาและหารือกรมบัญชีกลาง ในการยกเลิกสัญญา  บางส่วนดังกล่าว โดยตามสัญญาฯ ข้อ 9 ระบุไว้ว่า “ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนได้ หากผู้ให้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด”

 4. สำหรับงบประมาณที่ใช้ ในโครงการนี้ เนื่องจากเป็นโครงการเช่า หากยกเลิกสัญญาบางส่วนก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าในส่วนที่ยกเลิก  จึงไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับ ขสมก. ในส่วนค่าปรับผู้ให้เช่าต้องจ่ายค่าปรับจนถึงวันที่ยกเลิกสัญญา ซึ่งปัจจุบัน ขสมก.ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าใดๆ ทั้งสิ้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ