สมาชิกสหภาพแรงงานของบริษัท SNCF ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟฝรั่งเศส เริ่มนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ ซึ่งคาดว่าจะกระทบกับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว พนักงานรถไฟตกลงกันว่าจะทำงาน 3 วัน สลับกับประท้วงหยุดงาน 2 วันติดกันไปเรื่อยๆ จนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ตลอดช่วง 3 เดือนนับจากนี้ รถไฟของฝรั่งเศสจะไม่สามารถให้บริการได้นานถึง 36 วัน ส่วนในวันปกติ จำนวนรถไฟที่ให้บริการก็จะลดน้อยลงมาก โดยในวันนี้ บริการรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางไกลระหว่างเมือง หรือ TGV จะให้บริการแค่ 12% ของบริการตามปกติ บริการรถไฟราคาถูกจะระงับให้บริการชั่วคราว และขบวนรถไฟท้องถิ่น จะให้บริการแค่ 1 ใน 5 เท่านั้น
ส่วนบริการรถไฟระหว่างประเทศ ยังไม่มีรายงานว่ากระทบมากนัก โดยรถไฟความเร็วสูง “ยูโรสตาร์” ที่ให้บริการระหว่างลอนดอน ปารีส และบรัสเซลส์ จะยังให้บริการได้ถึง 75% เช่นเดียวกับรถไฟ “ตาลิส” รถไฟความเร็วสูงที่วิ่งระหว่างประเทศฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี จะยังให้บริการได้ถึง 90% นอกจากสหภาพแรงงานรถไฟแล้ว คาดว่าจะมีแรงงานจากกลุ่มธุรกิจเก็บขยะ การไฟฟ้าและกลุ่มธุรกิจพลังงาน เข้าร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นการนัดหยุดงานประท้วงระลอกใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่นายมาครงขึ้นบริหารประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมปีก่อน
สำหรับวัตถุประสงค์ของการประท้วงใหญ่ครั้งนี้ ก็เพื่อคัดค้านกฎหมายปฏิรูปแรงงานที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กำลังพยายามผลักดัน โดยกฎหมายดังกล่าวจะไปตัดลดสิทธิพิเศษบางอย่างที่พนักงานรถไฟและครอบครัวเคยได้รับ อาทิ การปรับขึ้นเงินเดือนอัตโนมัติทุกปี สิทธิลาพักร้อน 28 วันต่อปี การขอเกษียณอายุก่อนกำหนด รวมถึงสิทธิในการขอตั๋วโดยสารรถไฟฟรีสำหรับครอบครัว เพื่อลดค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สินของการรถไฟ นอกจากนี้ นายมาครงยังเสนอให้จ้างพนักงานใหม่ โดยพิจารณาเงินเดือนเปรียบเทียบให้สอดคล้องกับธุรกิจอื่นๆ เพื่อปูทางไปสู่การเปิดเสรีการรถไฟของฝรั่งเศส ภายในปี 2023