สหรัฐฯโต้กลับ ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน 25% จำนวน 1,300 รายการ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มาตรการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กันระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐฯประกาศรายชื่อสินค้า 1,300 รายการจากจีน ที่จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งประกาศชัดว่าจะเอาคืนอย่างแน่นอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อสินค้าจากจีน 1,300 รายการ ที่จะต้องเจอกับกำแพงภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าที่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องจักร ดาวเทียม ยา โทรทัศน์ และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจแล้ว สินค้าเหล่านี้จะส่งผลกระทบน้อยที่สุดกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ

โดยมาตรการกำแพงภาษีดังกล่าว ซึ่งยังอยู่ในขั้นทบทวนและจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้ ถือเป็นการตอบโต้มาตรการกำแพงภาษีของจีน ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และยังเป็นการลงโทษที่จีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทในสหรัฐฯมายาวนานด้วย

ขณะที่ล่าสุด รัฐบาลปักกิ่งออกมาประณามและต่อต้านมาตรการดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า เป็นการละเมิดหลักการขององค์การการค้าโลก (WTO) และไม่เป็นประโยชน์กับทั้งจีนและสหรัฐฯ รวมถึงเศรษฐกิจโลก ต่อจากนี้รัฐบาลปักกิ่งจะพิจารณามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม และเท่าเทียมกัน  รวมถึงจะมีการยื่นเรื่องต่อ WTO เพื่อให้ใช้กลไกในการยุติข้อพิพาทต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน จีนเพิ่งจะประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครอบคลุมสินค้า เช่น เนื้อหมูแช่แข็ง ไวน์ และผลไม้

ในส่วนของประเทศไทย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามข้อมูลและสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว รวมถึงสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินถึงผลกระทบต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่จะเกิดกับประเทศสหรัฐฯ และจีน รวมถึงคู่ค้าอื่นๆด้วย เป็นการเตรียมการรับมือล่วงหน้า ลดผลกระทบที่จะเกิดกับเศรษฐกิจและการค้าของไทยให้ได้มากที่สุด

จากการประเมินเบื้องต้นของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบต่อไทยโดยตรง แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง หากทั้งสองประเทศมีมาตรการสินค้าอื่นๆที่ไทยเป็นห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมีข้อสังเกตว่า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างพยายามใช้มาตรการกับสินค้าที่เป็นจุดแข็งของอีกฝ่าย เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเทคโนโลยีของจีน และสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งหากมีแรงกดดันจากในประเทศ ก็อาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มกระบวนการเจรจากันเร็วขึ้นก็ได้

 

Olivier Douliery / AFP

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ