รองศาสตราจารย์ ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ นักวิชาการด้านพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า หากย้อนไปตั้งแต่ครั้งพุทธกาล พระพุทธรูป ก็ไม่ได้มีการถูกระบุให้เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าอย่างชัดเจน ซึ่งพระพุทธเจ้าส่งตรัสว่าการปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ในปัจจุบันชาวพุทธหลายคนกราบไหว้พระพุทธเจ้าในลักษณะของการอ้อนวอน และบนบานศาลกล่าว ซึ่งค่อนข้างตรงข้ามกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนให้พึ่งตนเอง แต่ทั้งนี้การกราบไหว้พระพุทธรูปก็ไม่มีถูกไม่มีผิด
ทั้งนี้ ในเรื่องของความเห็นต่างด้านความเชื่อทางศาสนา อยากให้คนในสังคมเปิดใจให้กว้าง และยอมรับในการวิพากษ์วิจารณ์ที่อยู่ในขอบเขต ยกตัวอย่างของพระพุทธเจ้ายังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในพระไตรปิฎก พระองค์ยังทรงให้มีการกล่าวถึงหรือซักถามในข้อสงสัยได้
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการนับถือศาสนาแบบปฐมภูมิ มนุษย์ต้องการหาอำนาจที่ศักดิ์สิทธิ์กว่าตัวเองมานับถือ ทั้งการนับถือผี วิญญาณบรรพบุรุษ ฟ้า ดิน เพื่อเอามาตอบสนองต่อความกลัว ซึ่งศาสนาพุทธเข้าถึงคนทุกหมู่เหล่า ไม่มีการบังคับ แต่ให้ผสมรวมได้
สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำคือการเปิดใจให้กว้าง พร้อมรับฟังคำอธิบาย รวมถึงสิทธิเสรีภาพต่างๆ ในขณะนี้ทางสังคมออนไลน์มีการพูดถึงเรื่องความขัดแย้งทางศาสนาเป็นอย่างมาก การที่ “โต ซิลลี่ฟูลส์” ออกมาขอโทษแล้ว นั่นแสดงว่าเขายอมรับแล้วว่าสิ่งที่พูดไป กระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้อื่น ทุกศาสนาสอนเรื่องเมตตาและการให้อภัย ฉะนั้นควรให้อภัยและให้เรื่องความขัดแย้งนี้จบลง อย่าไปเหมารวมเรื่องศาสนา ครอบครัว หรือการประกอบอาชีพ
ชมคลิปที่นี่ : “นักศาสนา” วอน หยุดโจมตี “โต ซิลลี่ฟูลส์” ยกคำ “พระพุทธเจ้า” ทรงสอนให้ฟังความเห็นต่าง