เมื่อวันที่ (8 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานเสวนา “ม.44 อุ้มค่ายมือถือ รัฐ-เอกชน ใครได้ใครเสีย” ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่มีอดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รับชั่น ร่วมพูดคุยกรณี กสทช.เรียกร้องให้ รัฐบาลใช้ มาตรา 44 ช่วยเหลือกิจการด้านโทรคมนาคม 2 รายคือ ทรูมูฟ-เอไอเอส ด้วยวิธีการยืดค่างวดชำระใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 4 G งวดสุดท้ายในปี2563 เป็นเงินประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยให้เอกชนทั้ง 2 รายจ่ายดอกเบี้ยให้รัฐในอัตรา 1.5% รัฐอาจสูญเสีย 3 หมื่นล้านบาท
น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) เห็นว่า หากใช้ ม.44 ช่วยเหลือผู้ประกอบการ จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดีกับ กสทช.เอง และอาจจะเป็นการทุจริตเชิงนโยบายอย่างตั้งใจ และไม่เหมือนกับการช่วยเหลือ ทีวิดิจิทัล ที่มีเหตุผลในการช่วย เพราะได้รับผลกระทบการนโยบายของรัฐบาล
ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น มองว่า ไม่มีเหตุผลที่ คสช.จะใช้มาตรา 44 ช่วยเหลือ เพราะบริษัทมือถือทั้งสองรายมีกำไรในการทำธุรกิจ และสมัครใจในการประมูล จึงต้องศึกษาวางแผนถึงผลดีผลเสียและโอกาสทางธุรกิจที่จะได้รับ การหาเหตุอ้างในภายหลัง เพื่อขอลดค่าใช้จ่ายลดต้นทุน เพิ่มกำไรให้ตนเอง จึงรับฟังไม่ขึ้น