วันนี้ (28 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพของฉลามหัวบาตร ที่นายศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยนักวิจัย สถานวิจัยความเป็นเลิศความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย หรือ CBIPT นำมาเป็นตัวอย่างดูว่า เป็นฉลามชนิดเดียวกันกับที่พบว่ากัดนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ บริเวณอ่าวหาดทรายน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมให้ข้อมูลว่า ฉลามหัวบาตรที่พบ เชื่อว่า เป็นลูกฉลามที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ เพราะดูจากขนาดที่ยาวประมาณ 1.5 เมตร ส่วนลักษณะนิสัยไม่ตายตัวว่า ดุร้าย แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เนื่องจากการล่า ไม่ใช้แค่ตา แต่ยังรวมไปถึงการดมกลิ่น และกระแสไฟฟ้า เป็นต้น
โดยสัตว์ชนิดนี้ เกิดบริเวณน้ำกร่อย หรือปากอ่าว จากนั้นลูกจะเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้นและขุ่น เมื่อโตพอที่จะสามารถปรับตัวได้กับอุณหภูมิกระแสน้ำ สภาพแวดล้อม ก็จะลงสู่ทะเล ส่วนพฤติกรรมการกัดแล้วปล่อยเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อพบว่าสิ่งที่กัดไม่ใช่อาหารก็จะปล่อย ซึ่งการกัดของฉลามชนิดนี้ไม่ทำให้เสียชีวิต
ทั้งนี้ผู้ช่วยนักวิจัย อ้างอิงงานวิจัยจากประเทศออสเตรเลีย พบว่า ปกติฉลามชนิดนี้ เมื่อเกิดที่ไหนก็จะกลับมาคลอดลูกที่นั่น ซึ่งแสดงว่าบริเวณนี้ เป็นถิ่นที่อยู่ของฉลามกลุ่มนี้มานาน และจุดที่นักท่องเที่ยวถูกกัดนั้น ก็เป็นจุดที่ไม่ควรไปเล่นน้ำอยู่แล้ว เพราะน้ำบริเวณนั้นมีลักษณะขุ่น โดยสิ่งที่ภาครัฐควรทำหลังเกิดเหตุ คือการ ปักป้ายเตือนให้ชัดเจน และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนห้ามเข้าไปเหมือนในต่างประเทศ รวมถึงไม่พยายามให้ฉลามกลายเป็นสัตว์ที่ดุร้ายจนเกิดการไล่ล่า