วันนี้ (20 เม.ย.61) รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ได้เชิญบุคคลสำคัญที่วิ่งสมทบทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ ด้วยระทางเกือบ 300 กิโลเมตร จากอ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เช่นเดียวกับ ฮี่โร่เมืองไทย “ตูน บอดี้สแลม” ที่วิ่งระดมทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ 11 โรงพยาบาล โดยทางรายการได้พูดคุยถึงปัจจัยอะไรที่นายณัฐวัฒน์ โรจน์สุธี หรือ ครูนัท ครูสอนวิชาศิลปะ โรงเรียนโยธินบูรณะ ถึงต้องวิ่งระดมทุนในครั้งนี้
โดยครูนัท บอกว่า ตนเองออกวิ่งจากอ.ทองผาภูมิ เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการวิ่งมีแต่เพื่อนๆของตนเองเท่านั้นที่รู้ คนอื่นๆจะไม่มีใครทราบเลย แต่คนมารู้ว่าตนเองวิ่งระดมทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ ก็ตอนวิ่งมาถึงตัวเมืองกาญจนบุรี
จุดเริ่มต้นโครงการนี้เมื่อครั้งที่ตนเองออกค่ายจิตอาสา ที่อ.ทองผาภูมิ กับอ.สังขะบุรี เพื่อนำสิ่งของเครื่องนุ่งหุม อาหารแห้ง และยารักษาโรค ไปมอบให้แก่เด็กนักเรียนและชาวบ้านในอ.ทองผาภูมิ และฉุกคิดขึ้นมาว่ายาสามัญประจำบ้านที่ตนนำไปมอบให้ทำไมยังเหลือเท่าเดิม จึงสอบถามชาวบ้าน จนได้ใจความว่ายารักษาโรคเป็นสิ่งสำคัญต่อพวกเขาจริงๆ จะใช้ก็ต่อเมื่อป่วยหนักถ้ายาหมดก็ต้องไปขอยาที่อนามัย ซึ่งการเดินทางค่อนข้างยากลำบาก จึงต้องเก็บยาเอาไว้
โดยชาวบ้านบางคนป่วยหนักจนต้องส่งโรงพยาบาลทองผาภูมิ แต่เครื่องมือแพทย์ไม่พร้อมจึงต้องส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในเมืองกาญจนบุรี ระยะกว่า 100 กิโลเมตร และเป็นทางขึ้นเขา ลงเขา จึงทำให้ตนคิดว่าไม่ควรที่จะให้คนป่วยต้องนั่งรถด้วยระยะที่ไกลและยากลำบาก จึงตัดสินใจวิ่งระดมทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยให้รุ่นพี่ติดต่อไปยังหัวหน้าโรงพยาบาลทองผาภูมิ ซึ่งทางโรงพยาบาลได้นำเอกสารเครื่องมือแพทย์เฉพาะแผนกสูติฯ ซึ่งมีราคา 1,100,000บาท เมื่อทราบถึงราคา คิดว่าศักยภาพคงไม่ถึง เพราะที่ผ่านมาตนทำการกุศลมาเกือบ10ปี ได้เงินมากที่สุดคือ 2แสนบาท แต่รับปากกับทางโรงพยาบาลไว้แล้วว่าจะวิ่งสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ให้จึงต้องวิ่ง และได้บอกว่ากับทางหัวหน้าโรงพยาบาลว่า ถ้าวิ่งครั้งนี้ได้เงินมาไม่ครบ ปิดเทอมครั้งหน้าจะมาวิ่งระดมทุนจนครบ และ การวิ่งในของตนมีอยู่2ประเด็นคือ 1.วิ่งระดมทุนหาเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ 2.รณรงค์ต่อต้านการล่าสัตว์ป่าคุ้มครองทุกชนิด
ครูนัทบอกอีกว่า ครั้งแรกที่วิ่งคิดเลยว่าคงไม่ได้เงินบริจาคไม่ถึงเป้าและก็ไม่ค่อยมีใครทราบด้วยว่าตนวิ่งเพื่ออะไร จนวันที่เป็นข่าว คือ ตนวิ่งอยู่ที่อ.ไทรโยค เมื่อเข้ามายังตัวอำเภอ ก็มีนักข่าวมารอเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็มีคนรู้จักและมาร่วมวิ่งด้วย โดยตนมีแรงบันดาลจาก ตูน บอดี้สแลม ที่เป็นฮีโร่ในดวงใจ ตอนที่ตูนวิ่ง โครงการก้าวคนละก้าวคิดว่าคนนี้คือยอดมนุษย์
“ก่อนวิ่งผมได้ปรึกษากับเพื่อนๆหลายคน บางคนไม่เห็นด้วยเพราะกลัวจะได้รับอันตราย เนื่องจากไม่มีทีมแพทย์คอยติดตาม แต่ผมได้ถามเพื่อนสนิท เขาบอกว่าทำไปเลย จากนั้นก็โทรไปหาพี่ชาย ซึ่งเขาถามว่าไปวิ่งกับใครบ้าง ผมบอกว่าวิ่งกับเพื่อน2คน โดยเพื่อนเป็นคนขับรถตาม และพี่ชายบอกว่า ทำไปเลยจงเชื่อมั่นในตัวเอง ส่วนทางโรงพยาบาลก็บอกว่าจะส่งทีมกายภาพบำบัดพร้อมรถพยาบาลมาช่วยอำนวยความสะดวก แต่ผมตอบกลับไปว่า รถพยาบาล1คัน นักกายภาพบำบัด 1คนสามารถช่วยคนได้หลายชีวิตไม่ต้องเอามาช่วยผม ถ้าผมเปิดผิดพลาดอะไรเดี๋ยวจะโทรไปขอความช่วยเหลือ ” ครูนัทกล่าว
สุดท้ายก็สามารถทำได้และได้เงินบริจาคมากถึง 5,700,000 บาท และที่ภาคภูมิใจคือได้มิตรภาพจากข้างทาง มีคนนำเงินมาบริจาค นำอาหารมาให้โดยเขาไม่ต้องการออกสื่อหรือโฆษณาให้คนอื่นรู้
ส่วนในอนาคตมีความคิดว่าอยากจะวิ่งจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับมายังประเทศไทย ซึ่งได้วางแผนเส้นทางไว้หมดแล้ว และมั่นใจว่าตัวเองทำได้ แต่ต้องมีสปอนเซอร์ และสถานทูตไทยต่างๆช่วยรองรับในเรื่องนี้ด้วย และเงินบริจาคนำไปช่วยโรงพยาบาลในตัวอำเภอต่างๆให้มีความพร้อมในการรักษา เพราะจะได้ไม่ต้องมาเบียดเบียนโรงพยาบาลในตัวจังหวัด
ดูคลิปที่นี่>>>>>“ครูนัท” ตั้งเป้า ออกวิ่งจาก ลอนดอน ถึง กรุงเทพฯ ช่วย รพ.ชนบท