ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสถานีภูธรรัตนาธิเบศร์ ร่วมกันจับกุมตัว นายกฤษฎา ประเสริฐ อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ โดยกล่าวหาว่า แจ้งความเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา นายกฤษฎา ประเสริฐ ผู้ต้องหา ได้มาพบพนักงานสอบสวนแจ้งความร้องทุกข์ ว่า ตนเองได้ขับรถกระบะ บรรทุกรถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีแดง ทะเบียน อทย 191 กทม. ก่อนขับไปจอดที่ลานจอดรถตลาดนกฮูก ถนนเสี่ยงเมืองนนทบุรี เพื่อซื้อของ ปรากฎว่า รถทั้งสองคันได้หายไป หลังจากตนเองกลับมาจากซื้อของ โดยไม่ทราบว่าผู้ใดมาลักไป
จากการสอบสวน พบว่า นายกฤษฎา ให้การวกวนและพบพิรุธ จึงซักถามความเชื่อมโยงเหตุการณ์แต่ผู้ต้องหาตอบไม่ได้ และตอบไม่ตรงกับสภาพที่เกิดเหตุ จึงได้ติดต่อสอบถามไปที่ภรรยาผู้ต้องหา จึงทราบความจริงว่ารถไม่ได้หาย แต่ นำรถทั้ง 2 คันไปจำนำกับนายเตี้ย ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุลจริง อายุประมาณ 20 ปี ที่ จ.นครปฐม ได้เงินมา 43,000 บาท และที่มาแจ้งความว่ารถถูกคนร้ายขโมยไปนั้น เพราะอยากได้รถทั้งสองคันคืนจากนายเบียร์โดยที่ไม่ต้องไถ่ถอนจำนำ เบื้องต้น จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหามีหมายจับคดีลักทรัพย์ในเคหะสถาน พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อีกด้วย โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ
ทั้งนี้ นายกฤษฎา กล่าวว่า ตนมาแจ้งความเท็จเนื่องจากอยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายที่ตนเอารถไปจำนำ เพราะตนถูกหลอกเอารถไปถึง 3 คัน ส่วนรถของนายจ้างที่ขโมยไปจากพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด เพราะคิดว่าจะนำรถไปแลกเปลี่ยนรถของตนคืนแต่กลับถูกหลอกซ้ำ เนื่องจากตนพยายามตามรถคืนแล้วแต่ไม่ได้คืน โดยไม่ได้คิดว่าทางตำรวจจะสอบปากคำเยอะ ส่วนเงินที่จำนำรถนั้นเอาไปใช้ส่วนตัวเนื่องจากถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีเงินให้แม่ตนและครอบครัวใช้ จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนประสาน สถ.ปากเกร็ด เพื่ออายัดตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป