เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 60 สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น แถลงข่าว “TNI Poll” โครงการสำรวจภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมุมมองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย โดยดร.วนิดา วาดีเจริญ หัวหน้าโครงการสำรวจ ศูนย์วิจัยและบริการธุรกิจ กล่าวว่า จากการรายงานของ World EconomicForum (WEF) ได้จัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทย อยู่อันดับที่ 34 จาก 136 ประเทศทั่วโลก แต่สิ่งที่ประเทศควรที่ปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน สุขภาพอนามัย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของไทยที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยMasterCard Cities index 2017 เผยผลสำรวจว่า กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย จัดอยู่ในอันดับที่ 2 มหานครยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและบริการธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้ผลของการสำรวจ พบนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษและออสเตรเลีย ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2560 (ต.ค.-ธ.ค.) จำนวน 1,120 ตัวอย่าง พบนักท่องเที่ยวอังกฤษ ร้อยละ 61 มองประเทศไทยมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยร้อยละ 15 มองว่าเมืองไทยมีความปลอดภัยมาก ส่วนร้อยละ 8 มองว่าความปลอดภัยขึ้นอยู่กับสถานที่นั่นๆ ซึ่งมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่มองว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย ขณะที่นักท่องเที่ยวออสเตรเลีย ร้อยละ 89 มองว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกร้อยละ 11 มองประเทศไทยปลอดภัยอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมาเที่ยวเมืองไทยร้อยละ 26 มาเพื่อเที่ยวฮันนีมูนและการแต่งงานและจากการสำรวจพบอาหารยอดฮิตที่ขาวต่างชาติชื่นชอบสุดคือ ผัดไทย
อย่างไรก็ตาม ประเภทของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอังกฤษและออสเตรเลีย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวเพื่อพักผ่อนและความบันเทิง รองลงมาคือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ
ดร.เอิบ พงบุหงอ รองคณบดี ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการและหัวหน้าศูนย์วิจัยฯ กล่าวว่า การท่องเที่ยววิถีไทยควรจับกระแสละครบุพเพสันนิวาส เพราะมีผลกับนักท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมากและรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นกัน โดยต้องร่วมมือพัฒนาให้คนไทยและชาวต่างชาติสนใจในการท่องเที่ยวแบบวิถีไทย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศเกาหลีสามารถทำสำเร็จแล้ว
ส่วนอีกที่ที่ประสบความสำเร็จคือ ตลาดย้อนยุคบ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยผลสำรวจพบจุดแข็งของการท่องเที่ยวไทยคือ วัฒนธรรมไทย อาหารไทย การท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ส่วนเรื่องความปลอดภัยในการท่องเที่ยวถึงแม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมั่นใจในความปลอดภัยของไทย แต่อยากจะให้ภาครัฐให้ความสนใจกับกลุ่มที่ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยด้วยเช่นกัน โดยภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนและรีบทำความเข้าใจกับสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็วและทิศทางเดียวกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว