วันนี้(24 เม.ย.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางลำไพ สิงห์โห แม่นายชัยชนะ ศิริชาติ ที่วันนี้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คิดว่า ลูกชายจะเสพยาและทำร้ายผู้หญิงได้ขนาดนี้ เพราะตอนเด็กนายชัยชนะเป็นคนเรียบร้อย และไม่มีนิสัยทำร้ายใคร จึงฝากขอโทษไปยังครอบครัวฝ่ายหญิงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่ตัวนายชัยชนะ วันนี้ตำรวจ สน.บึงกุ่ม ควบคุมตัวมายื่นคำร้องฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญารัชดาเป็นเวลา 12 วัน โดยระหว่างขึ้นรถห้องขังที่นายชัยชนะได้ให้สัมภาษณ์อ้างว่า สาเหตุการทำร้ายร่างกายแฟนสาว เกิดขึ้นจากฤทธิ์ยาเสพติดที่ทำให้ขาดสติ และได้แสดงความเสียใจอีกครั้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมปฏิเสธข้อมูลเรื่องการสมมติตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์ตัวละครในภาพยนตร์ สำหรับฝากขังนายชัยชนะ ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และป้องกันไม่ให้ไปข้องเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
โดยก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายชัยชนะมาที่ศาลอาญารัชดา วันนี้ป้ากับลุงของนายชัยชนะเดินทางมาเยี่ยมหลานที่สน.บึงกุ่ม นางสายฝน หนูมี ป้านายชัยชนะเปิดเผยว่า นายชัยชนะเสียใจและเครียดกับเหตุการณ์ที่ทำลงไป
นางสายฝนยืนยันว่า หลานเป็นคนดี ช่วยเหลือตนเองเสมอ ไม่เคยมีพฤติกรรมรุนแรง โดยครั้งล่าสุดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พบว่านายชัยชนะมีอาการคล้ายคนติดยาเสพติด ส่วนตัวคาดว่าฤทธิ์จากยาเสพติด คือ สาเหตุที่ทำให้หลานทำร้ายร่างกายแฟนสาว
กลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า ผู้เสียหายมี 2 ลักษณะ คือ กลุ่มที่สมัครเรียนและนายชัยชนะ ไม่ได้สอนตามข้อตกลง เพราะตลอดช่วงที่ผ่านมานายชัยชนะมักอ้างว่า มีปัญหาสุขภาพและปัญหาครอบครัว ส่วนอีกกลุ่ม คือกลุ่มที่สมัครเรียนและฝากนายชัยชนะลงทุนด้วย คาดว่ารวมกันมีประมาณ 500 คน รวมความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท
ส่วนสาเหตุที่คนจำนวนมากหลงเชื่อ ผู้เสียหายอธิบายว่า นายชัยชนะมีความน่าเชื่อถือ มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่าหมื่นราย ประกอบกับ มีความสำเร็จที่ชัดเจนมาแสดง โดยเฉพาะบัญชีเบิกถอนเงินหลักล้านบาทจากการทำธุรกิจนี้
ขณะที่พล.อ.อ.วิระชัย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนไม่พบว่า นายชัยชนะมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนลักษณะนี้จริง และยังพบหนังสือสอนการลงทุนภายในห้องพัก จึงเชื่อว่า การสอนนายชัยชนะก็นำเนื้อหามาจากตำรา
นอกจากนี้ยังพบว่า การทำร้ายร่างกายแฟนสาวและถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ นายชัยชนะมีเจตนาใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ที่ไม่สามารถทำตามข้อตกลงกับคนที่สมัครเรียนและร่วมลงทุนกับนายชัยชนะได้ จึงฝากให้ผู้เสียหายทุกคนเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด เพราะพฤติกรรมของนายชัยชนะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน