วันนี้ (27 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ดารา 4 คน ประกอบด้วย 1.พิชญ์นาฏ สาขากร หรือเมย์ 2..ณปภา ตันตระกาน หรือ แพท 3. ออฟฟี่ อรพรรณ ด่านศิริพัฒนกุล หรือ และ 4. หญิงแย้ นนทพร ธีระวัฒนสุข เข้าให้ปากคำกับพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการเบื้องต้นในฐานะผู้ให้ถ้อยคำเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ต้องหา ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดเตรียมไว้สำหรับสอบปากคำ และแถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าสู่กระบวนการให้ถ้อยคำ ดาราทุกคนให้สัมภาษณ์สื่อฯ ย้ำว่าพวกเขาทุกคนเป็นผู้บริโภค ดังนั้นก็ถือเป็นผู้เสียหายเช่นกัน และไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงประชาชน ซึ่งหากทราบว่าสินค้าที่รับรีวิว เป็นสินค้าที่มี อย.ปลอม ก็จะปฏิเสธตั้งแต่แรก
สำหรับ เมย์ พิชญ์นาฏ อ้างว่า ก่อนรับรีวิวสินค้าทุกครั้ง จะให้ผู้จัดการส่วนตัว เช็ก อย. ก่อน ซึ่งพบว่าสถานะ อย.ยังคงอยู่ จึงมั่นใจว่า รีวิวได้ และยืนยันว่าทุกครั้งก่อนรีวิว ได้ทดลองใช้สินค้ามาก่อน โดยมีเวลาทดลองใช้สินค้า 7-14 วัน ก่อนจะรีวิว
นอกจาก เมย์ พิชญ์นาฏ ยังมี แพท ณปภา หญิงแย้ และอ็อฟฟี่ แม็กซิม ที่เข้าให้ปากคำ ทั้งหมด อ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับผลิตภัณฑ์ในเครือเมจิกสกิน เพียงแต่รับงานรีวิวเท่านั้น และไม่สบายใจ ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือกับตำตรวจ
ด้านพลตำรวจเอกวิระชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ หรือพยาน ตามหมายเรียกที่ออกไปแล้วเมื่อวาน แต่ดาราทั้ง 4 คนเดินทางมาก่อนวัดนัดหมาย จึงให้ยกเลิกหมายเรียกที่ออกไปแล้ว โดยหลังสอบปากคำจะรวบรวมพยานหลักฐาน และสรุปได้ว่าใครมีความผิดบ้าง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าใครมีความผิดบ้าง
ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ดารา 9 คนที่ถูกออกหมายเรียกเมื่อวาน ที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังมีดาราอีกมากกว่า 50 คน ที่เตรียมออกหมายเรียก เพื่อมาให้ถ้อยคำ คาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน จึงจะสามารถสรุปได้ และแจ้งข้อหาต่อไป หากพบการกระทำผิด
ชำแหละเครือข่าย “เมจิก สกิน”
การจับกุม เครือข่าย เมจิก สกิน ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้คุณภาพ นอกจากจะทำให้เห็นปัญหาจากระบบการตรวจสอบสินค้าที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้วยังทำให้เราได้เห็นเบื้องหลังการทำธุรกิจเครื่องสำอางและอาหารเสริมที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นอย่างไร
บริษัท เมจิก สกิน จำกัด เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งให้กับเจ้าของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Mezzo ,apple , Slim milk เป็นต้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีสินค้าในเครือข่ายนับร้อยรายการ โดยรูปแบบการขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้พบว่ามีเป็นลักษณะตัวแทนจำหน่ายระดับชั้นต่าง ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ Slim milk เจ้าของแบรนด์จะเปิดรับตัวแทนจำหน่ายสินค้า ซึ่งแต่ละระดับชั้นจะมีผลต่อการสั่งซื้อสินค้าต่อเดือน และผลกำไรที่จะได้รับ เช่น ตัวแทนรายย่อยจะสั่งสินค้าและได้กำไรน้อยที่สุด ส่วนตัวแทนระดับ Partner ซึ่งอยู่ระดับชั้นบนสุดจะสั่งซื้อสินค้าได้มากที่สุดและได้กำไรมากที่สุด เช่น สั่งสินค้า 3 พันกล่องต่อเดือน ลงทุน 459,000 บาท คิดเป็นราคาทุน 159 บาทต่อกล่อง นำไปขายกล่องละ 299 บาท หากขายหมดจะได้กำไร 438,000 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องสั่งซื้อสินค้าทุกเดือน หากไม่สั่งสินค้าจะถูกตัดออกจากตัวแทนจำหน่าย
ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับคุณนภัส ทุยติชยาธร ซึ่งเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเครือ “เมจิก สกิน”
เธอเล่าว่า หลังเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายทางเครือข่ายฯ จะสอบถามถึงฐานะและพยายามชักจูงให้มาเป็นตัวแทนระดับสูง แต่มีเงื่อนไข คือ ต้องสั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก เพื่อให้ต้นทุนต่อกล่องถูกลง โดยชักชูงใจว่า หากสต๊อกสินค้ามากเท่าไหร่ กำไรที่จะได้กลับคืนมาจะมากขึ้นเท่านั้น เพราะในขณะนั้นสินค้าขายดีจนขาดตลาด
เมื่อสั่งสต๊อกสินค้า ตามคำแนะนำ สินค้าจะถูกส่งต่อไปยังตัวแทนระดับ ล่างลงไปเรื่อย ๆ โดยมีการคิดกำไรเป็นทอด ๆ ซึ่งเมื่อไปถึงมือผู้ขายปลีก พบว่าสินค้ากลับไม่ได้ขายดีอย่างที่คิด เพราะมีตัวแทนรายย่อยจำนวนมากทำให้สินค้าล้นตลาด
นอกจากนี้เครือข่ายเมจิกสกินยังสอนเทคนิคที่เรียกว่า "วิชามาร" ในการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก โดยจะมีหน้าม้าคอยมาแสดงความคิดเห็นเชิงบวก เพื่อหลอกล่อเหยื่อรายใหม่ให้เข้ามาเป็นตัวแทนอีกที
ล่าสุดเธอตัดสินใจรวบรวมข้อมูลในส่วนของเธอและผู้เสียหายอีกหลายคนเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด