รองศาสตราจารย์ นภดล ชาติประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ (ภาคประวัติศาสตร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ให้ทีมนิว มีเดีย พีพีทีวี ฟังว่า ท่าทีที่เปลี่ยนไปของ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มาจาก 2 เหตุผลคือ
ผลกระทบเศรษฐกิจและการตอบรับเจรจาของทรัมป์
สำหรับเหตุผลความกังวลทาง“เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ” เกิดขึ้นหลังจีนและรัสเซีย มีมติเห็นชอบร่างมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือฉบับใหม่ เพื่อส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือหลังทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2560 ซึ่งมติครั้งนี้หากบานปลายจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเกาหลีเหนืออย่างมากเพราะต้องพึ่งพาจีน 80-90 เปอร์เซ็นต์
เหตุผลที่ 2 คือ การตอบรับคำเชิญการพบปะหารือกันของเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ หลัง ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานธิบดีสหรัฐฯ หลังคณะผู้แทนเกาหลีใต้ นำหนังสือจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ไปมอบให้นายทรัมป์ โดยคาดว่าจะมีขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม ประกอบกับท่าทีของสหรัฐฯ ในสมัยของนายทรัมป์ ก็มีท่าทีแข็งกร้าวในการตอบโต้กลับต่อการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของ คิม จอง อึน ทำให้เกาหลีเหนือตกอยู่ในสภาพไม่มั่นคง
“ ถือเป็นโอกาสทองของเกาหลีเหนือที่จะตั้งโต๊ะเจรจากันตัวต่อตัวกับสหรัฐฯ” รองศาสตราจารย์ นภดล กล่าว
“เรื่องนี้ยากกว่าเรื่องนิวเคลียร์หลายเท่า” รองศาสตราจารย์นภดล วิเคราะห์ แม้อาจจะมีการพูดคุยกันบ้าง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีประชาชนเป็นตัวแปร อย่างเกาหลีเหนือ ผู้นำจากตระกูล คิม ยังเป็นศูนย์รวมชาติที่สำคัญ ขณะที่คนเกาหลีใต้รุ่นใหม่ไม่ได้มีความรู้สึกร่วมกับการรวมชาติมากนัก เนื่องจากเกิดมาในยุคที่อยู่ภายใต้การปกครองแบบปัจจุบันทั้งประชากร สภาพบ้านเมือง ความเจริญทางเศรษฐกิจ ซึ่งลึกๆแล้วยังมีความกังวลว่าหากการรวมชาติเกิดขึ้นจริงเกาหลีใต้อาจจะต้องไปช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือมากขึ้นด้วย
แล้วท่าทีของประเทศจีนจากการพบกันของสองผู้นำครั้งนี้จะเป็นอย่างไร…
รองศาสตราจารย์ นภดล วิเคราะห์ว่า สำหรับจีนการเจอกันของสองผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ ก็อาจจะมีความพึงพอใจมาก ในมุมที่การทดลองอาวุธนิวเคลียร์จะหยุดไป แต่อีกนัยหนึ่งก็ต้องรักษาท่าทีในระยะนี้ไปก่อน เพราะช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมีท่าทีเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เกาหลีใต้เป็นตัวกลางส่งหนังสือเชิญประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้เกิดการเจรจาระดับผู้นำถือถือว่าจีนแทบจะหลุดกระดานการเจรจานี้ไป จึงอาจจะยังตั้งตัวไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี ระบุว่า "หลังจากหนึ่งปีที่ความเกรี้ยวกราดในการทดลองนิวเคลียร์ การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น สิ่งดี ๆ กำลังเกิดขึ้น แต่ก็มีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์
ขอบคุณภาพ AFP