ฉากสุดท้าย "ป้อมมหากาฬ"กับสิ่งมีชีวิตที่เหลืออยู่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนดที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)ให้คนในชุมชนป้อมมหากาฬออกจากพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายสิบคนได้นำเครื่องจักรเข้ามาเร่งรื้อสิ่งปลูกสร้างภายในชุมชนป้อมมหากาฬ โดยเฉพาะโครงสร้างของตัวบ้านที่เป็นไม้และอิฐปูน เพื่อเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด และทาง กทม. กำหนดว่าชาวชุมชนทั้งหมดจะต้องขนย้ายสิ่งออกภายในวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายนนี้เป็นวันสุดท้าย

ซึ่งนอกจากชาวชุมชนแล้วยังมีสิ่งมีชีวิตอย่าง “แมว” อีกประมาณ 20 ตัว ล้วนเป็นแมวจรที่มาอาศัยอยู่ภายในชุมชนโดยมีชาวบ้านคอยให้ข้าวให้น้ำแต่ไม่มีเจ้าของที่ชัดเจนแมวเหล่านี้ต้องตกอยู่ในชะตากรรมที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

ทางเครือข่ายอาสากลุ่มคนรักแมวและเพจ Kingdom Of Tigers: ทูนหัวของบ่าว ได้อาสานำกรงเหล็กและตะกร้ามาจับแมวในชุมชนป้อมมหากาฬ ที่ส่วนใหญ่เป็นแมวที่โตแล้วออกจากชุมชน เพื่อนำไปตรวจเลือด ทำหมัน และหากตัวไหนมีบาดแผล ก็ทำการรักษาให้หาย ก่อนจะประกาศหาบ้านหลังใหม่ให้

นางรพีพรรณ ดวงราษี หนึ่งในชาวชุมชนป้อมมหากาฬ เล่าให้ฟังว่า  แมวที่นี่มีกว่า 20 ตัว และ ทุกตัวมีความผูกพันธ์กับคนที่นี่มาก และมีนิสัยขี้อ้อน คุ้นชินกับคน เพราะให้ข้าวให้น้ำประจำทุกวัน  แต่เมื่อเจ้าของบ้านย้ายบ้านออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งสถานที่ดังกล่าว ไม่เหมาะกับการเลี้ยงแมว จึงไม่ได้เอาไปด้วย  อย่างไรก็ตามหากมีคนยื่นมือมาช่วยเหลือก็รู้สึกดีใจ ที่แมวจะมีบ้านหลังใหม่แล้ว

หากพูดถึงชุมชนป้อมมหากาฬ เป็นที่ทราบดีว่าชาวชุมชนต่อสู้เพื่อการอนุรักษ์ไว้มาตลอดระยะเวลา 26 ปี เพราะถือเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ติดกับถนนมหาไชย บนเนื้อที่ 4 ไร่ 300 ตารางวา แต่ปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2535 มีการออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน ตามแผนแม่บทเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์

ตั้งแต่นั้นมาการพูดคุยเจรจาระหว่างชาวชุมชนและทางกทม.ก็มีมาโดยตลอด เพราะภายในชุมชนล้วนมีแต่บ้านเรือนที่ทรงคุณค่า มีเอกลักษณ์ของรูปแบบสถาปัตยกรรมโบราณ  มีศิลปวัฒนธรรมในชุมชนที่ส่งผ่านกันมารุ่นสู่รุ่น  แต่สุดท้ายการต่อสู้ตลอด 26 ปี ชาวชุมชนก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้และ  “เดินจากไป” เหลือไว้เพียงความทรงจำว่า ชุมชนป้อมมหากาฬคือชุมชนประวัติศาสตร์เก่าแก่ย่าน “ชานพระนคร” ชุมชนสุดท้ายซึ่งกำลังจะกลายเป็น “สวนสาธารณะ”

เพราะแนวทางการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4 ไร่แห่งนี้ จะไม่มีการอนุรักษ์บ้านโบราณไว้ภายใน จากนั้นทางกรุงเทพมหานครคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนที่จะปรับปรุงพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์

ส่วนสภาพพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ พบว่ามีสภาพทรุดโทรม และมีรอยแตกร้าวเนื่องจากมีการทรุดตัวของโครงสร้าง อีกทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่ใกล้เคียง ทำให้มีความจำเป็นต้องปรับปรุงและซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อคืนความสมบูรณ์ โดยจากการหารือร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับกรมศิลปากรได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่ภายในทั้งหมดออก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ