อัยการภาค 7 ไม่อนุญาต “เปรมชัย”เพิ่มพยานบุคคล ระบุส่อประวิงคดี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันนี้เป็นวันครบกำหนดฝากขังผัดสุดท้ายนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยฯ กรณีล่าเสือดำในเขตรักษาพนธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก โดยอัยการภาค 7 ส่งสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลวันนี้ หลังอัยการสูงสุด ชี้ขาด มีคำสั่งเห็นพ้อง กับคำสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัยของอธิบดีอัยการภาค 7 รวม 5 ข้อหา ส่วนการข้อเพิ่มพยานบุคคลของฝ่ายนายเปรมชัย อัยการภาค7 มีความเห็น ไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่า อาจเข้าข่ายประวิงคดี

เมื่อวันที่ (30 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังอัยการสูงสุด ส่งความเห็นชี้ขาด มาทางอัยการภาค 7  นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 และนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 ร่วมกันชี้แจงผลที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งว่า อัยการสูงสุดชี้ขาดความเห็นแย้งโดยมีคำสั่งเห็นพ้องกับคำสั่งไม่ฟ้องของอธิบดีอัยการภาค 7  ที่ไม่ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 5 ข้อหา คือ

1.ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์ป่าหรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

4.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

5. ร่วมกันทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร

ส่วนข้อหา ที่พิจารณามีคำสั่งฟ้อง คือ

1.ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร

2.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

4.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

5.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดกฎหมาย และร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวน ซึ่งข้อหานี้อธิบดีอัยการภาค 7 ระบุว่าเป็นข้อหาที่มีโทษสูงสุดมากถึง 10 ปี นั่นหมายความ ไม่ได้เป็นไปตามที่ตำรวจเห็นแย้งให้ฟ้องทั้ง 11 ข้อหาก่อนหน้านี้

ส่วนที่นายเปรมชัย ยื่นเอกสารคำร้องขอความเป็นธรรมรวมทั้งการขอให้สอบพยานบุคคลเพิ่มเติม คณะทำงานและอธิบดีอัยการภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานที่นายเปรมชัยอ้างถึงไม่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นเพียงผู้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น ส่วนพยานที่เกี่ยวข้องตามประเด็นที่นายเปรมชัย ร้องขอความเป็นธรรม ได้มีการสอบสวนพยานดังกล่าวไว้แล้ว จึงมองว่าคำร้องขอความเป็นธรรม มีลักษณะเป็นการประวิงคดี

โดยวันนี้อัยการภาค 7 รวบรวมสำนวนส่งฟ้องต้อศาลจ.ทองผาภูมิ ทันที เนื่องจากเป็นวันครบกำหนดการฝากขังนายเปรมชัย ผัดสุดท้าย ผัดที่ 7 และในวันที่ 2 พฤษภาคม นายเปรมชัย มีกำหนดจะต้องเข้ารายงานตัวด้วยเช่นกัน

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ