ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่วัดได้จากสถานีวัดค่าอากาศ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา”มาอูนา โลอา”ในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ประจำเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาระบุว่า ก๊าซ”คาร์บอนไดออกไซด์” มีปะปนอยู่ในชั้นบรรยากาศในปริมาณ 410 ส่วนต่อล้านส่วน ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการวัดค่ามาตั้งแต่ 60 ปีก่อน
นายราล์ฟ คีลลิ่ง นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันสมุทรศาสตร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า ตัวเลจ 410 ส่วนนี้มีความสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ชั้นบรรยากาศของโลกเรา จะมีก๊าซคาร์บอนได อ็อกไซด์เจือปนอยู่ในปริมาณ 450 หน่วยต่อล้านหน่วย ในอีก 16 ปีนับจากนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 หน่วยต่อล้านหน่วย ภายในระยะเวลาเพียง 320 ปีจากนี้
แต่การเพิ่มของก๊าซเรือนกระจก ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้น ถ้าวัดย้อนหลังไปได้ถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลกันอย่างมโหฬาร และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปริมาณของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เป็นกังวลก็คือ ปริมาณที่มนุษย์ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความพยายามปลูกป่าเพื่อช่วยดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ซึ่งนั่นหมายความว่า อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน