คมนาคมถกด่วนรับมือเอกชนขอขึ้นค่าโดยสาร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กระทรวงคมนาคมเรียกประชุมด่วน รับมือเอกชนพาเหรดขอปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังราคาน้ำมันดีเซลพุ่งต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุจินดา เชิดชัย หรือ เจ๊เกียว  นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร บอกว่าวันนี้ (21 พ.ค.61) ในช่วงบ่ายจะไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอพิจารณาปรับขึ้นราคารถร่วม บขส.หลังราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุก 1 บาท จำเป็นต้องปรับค่าโดยสารขึ้น 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันตลาดโลก ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะกระทบต่อต้นทุนของภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะระบบขนส่งซึ่งที่ผ่านมาจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกทำให้ต้นทุนของภาคเอกชนในช่วง 3-4 เดือนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และมีผลกระทบอย่างแน่นอน โดยภาคเอกชนของจะต้องวางแผนรับมือในการลดต้นทุนต่างๆให้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น คงยังไม่มีผลกระทบต่อราคาสินค้าแต่หากราคาปรับเพิ่มขึ้นระยะยาวผู้ประกอบการอาจจะต้องราคาสินค้าขึ้นจากต้นทุนที่เพิ่มสูง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกประชุมเป็นการภายในผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคมด้านขนส่ง และในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง รวมถึงผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอตรวจสอบข้อมูล ทั้งในส่วนของราคาค่ารถโดยสารสาธารณะที่ปกติอำนาจในการปรับราคาเป็นของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลางและจะมีการปรับราคาเป็นขั้นบันไดสอดคล้องระหว่างราคาน้ำมันและค่าโดยสาร โดยจะไปพิจารณาว่า ณ ราคาปัจจุบันการปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปถึงลิตรละ 29.79 บาท กระทบต้นทุนผู้ประกอบการแค่ไหน

นอกจากนี้ การเจรจากับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งไทย เพื่อขอชะลอการปรับราคาค่าขนส่งอีก 5% เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม แต่ตลอดทั้งเดือนราคาน้ำมันยังสูงขึ้นอีกต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะปรับราคาอีก กระทรวงคมนาคมจำเป็นต้องเร่งเจรจากับผู้ประกอบการ เพื่อขอชะลอการปรับราคาอีกครั้ง ขณะที่ผู้ประกอบการของสหพันธ์ฯ จะมีการประชุมสามัญพิจารณาชี้ขาดเรื่องดังกล่าววันที่ 22 พฤษภาคมนี้

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ