เมื่อวันที่ (25 พ.ค. 61) นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณี การนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรากฏว่าเป็นวัตถุอันตรายยืนยันว่ากรมศุลกากรรู้และทราบว่าสินค้าที่ส่งมาเป็นสินค้าประเภทใดแต่หากบริษัทนำเข้ามีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมศุลกากรก็จะปล่อยให้สินค้านั้น ให้บริษัทผู้นำเข้าโดยเฉพาะถ้าใบอนุญาตนั้นระบุว่า ผ่านการตรวจสอบตามอนุสัญญาบาเซิล ส่วนการส่งกลับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรือวัตถุอันตรายอื่นหากไม่ได้รับการอนุญาตกรมศุลกากรจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศตั้งแต่แรก
ซึ่งเร็วๆนี้กรมศุลกากรสามารถสกัดตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ที่สำแดงการนำเข้าเป็นเท็จว่าเป็นเม็ดพลาสติกแต่ภายในเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่ในพื้นที่บางเสาธง โดยจะนำเจ้าหน้าที่และตำรวจไปตรวจสอบในภายหลัง
พร้อมกันนี้ยอมรับว่า ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรมีการทำบัญชีรายชื่อบริษัทนำเข้า ที่มีอัตราการนำเข้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะก้าวกระโดด จำนวน 3 บริษัทและยังมีบริษัทน่าสงสัยอีก 7 บริษัทซึ่งจะนำข้อมูลทั้งหมดให้กับตำรวจเพื่อนำไปสืบสวนสอบสวนขยายผล ในการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง และหลังจากนี้จะสแกนตรวจสอบทุกตู้ หากพบว่าเป็นวัตถุอันตรายจะไม่ยินยอมให้นำเข้ามาโดยเด็ดขาด
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ระบุถึง สาเหตุที่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้ามาอยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก ทั้งที่เป็นภาคีในอนุสัญญาบาเซิล ห้ามเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดนว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีนโยบายปิดกั้นการนำเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้กลุ่นทุนจีน หาประเทศที่มีช่องว่างทางกฎหมายในการส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย
แม้ประเทศจะมี พ.ร.บ.อุตสาหกรรม พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ที่ควบคุมการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ และการนำเข้าวัตถุอันตราย แต่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2550 ฉบับที่ 3 เปิดเงื่อนไขการนำเข้าซากผลิตภันอิเล็กทรอนิกส์ได้ 4 ลักษณะ คือ การนำมาใช้ซ้ำ ซ่อมแซม ปรับปรุง และคัดแยกหรือแปรสภาพ
แต่หากเป็นการคัดแยกหรือแปรสภาพ จะติดเงื่อนไขตามอนุสัญญาบาเซิลว่า ต้องแจ้งปริมาณให้ประเทศต้นทาง ปลายทาง และระหว่างทางรับทราบ แต่นายทุนจีน ไม่ได้สำแดงกับกรมศุลกากรว่าสินค้าที่นำเข้าไทยเป็น “ขยะ” หรือ “ของเสีย” แต่เลี่ยงไปใช้คำอื่น เพื่อให้ไม่ติดเงื่อนไข คือคำว่า ใช้ซ้ำ ซ่อมแซม ปรับปรุง ก่อนจะนำเข้ามาแยกชิ้นส่วนหรือรีไซเคิล และกากที่เหลือ กลายเป็นมลพิษตกค้างอยู่ในประเทศไทย
วิธีการที่พบในการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังมีอีกหลายวิธี เช่น การนำของเสียอันตรายหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนมากับสินค้าที่ถูกต้องภายในตู้คอนเทนเนอร์เดียวกัน หรือ การอ้างว่านำผลิตภัฑณ์อิเล็กทรอนิกส์มาพักไว้ประเทศไทยก่อนส่งไปยังประเทศอื่น นายสนธิ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม ควรเข้มงวดในการนำเข้ามากกว่านี้ และควรลงพื้นที่ตรวจโรงงานที่มีประวัติรับผลิตภัฑณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ส่วนกรมศุลกากร ควรออกมาตราสุ่มตรวจสินค้าที่นำเข้ามาให้มากขึ้น