ตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท ฮ่องเต้พลาสติก จำกัด ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบังอายัดไว้ หลังสงสัยว่าไม่ได้นำเข้าพลาสติกตามที่ขออนุญาตนำเข้าตามเอกสาร เมื่อเปิดตู้ กลับพบว่าสินค้าภายในไม่ใช่พลาสติก แต่เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มาพร้อมกับตู้เกมเก่า
จุดที่ 2 คณะของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ตรวจสอบที่ท่าเรือเคอรี่ พบ ตู้ของบริษัท แอ๊บโซลูท พาวเวอร์เวิลด์ จำกัด จำนวน 2 ตู้ และตู้ของบริษัทฮ่องเต้ อีก 4 ตู้ พบสำแดงเท็จ คือ แจ้งนำเข้าพลาสติก แต่กลายเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบบเดียวกัน
กรมศุลกากร เปิดเผยว่า เครื่องเอ๊กซเรย์ตรวจพบการนำเข้าในรูปแบบนี้ จาก 3 บริษัท คือ บริษัทฮ่องเต้พลาสติก บริษัท แอ๊บโซลูท พาวเวอร์เวิลด์ จำกัดและบริษัทเหรียญทอง อีโครีโนเวชั่น โดยแจ้งดำเนินคดี 2 บริษัทแรกที่เปิดตู้แล้ว ในข้อหาแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หลีกเลี่ยวภาษี และนำเข้าสินค้าต้องห้าม แต่บริษัทเหรียญทองอยู่ระหว่างตรวจสอบ
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า จะเอาผิดกับบริษัทที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ให้ถึงที่สุด และจะเพิกถอนโควต้าการนำเข้าของบริษัทที่ถูกดำเนินคดีทุกบริษัท โดยกรมศุลกากร แยกการตรวจสอบเป็น 2 กรณี คือ ตรวจสอบสินค้าทั่วไปตามใบอนุญาต และตรวจสอบสินค้าวัตถุอันตรายที่จะต้องมีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยยอมรับว่า ศุลกากรไม่สามารถตรวจตู้คอนเทนเนอร์ได้ทุกตู้ แต่หลังจากนี้จะเข้มงวดตรวจตู้ที่มีรายชื่อเฝ้าระวังกว่า 100 บริษัท
ด้านกรมโรงงานอุตสาหกรรม อ้างว่า สาเหตุใหญ่ที่พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้าจำนวนมาก มาจากการสำแดงข้อมูลเท็จ แต่ในส่วนที่กรมโรงงานอุตสากหกรรมอนุญาต จะเป็น “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งจะอนุญาตตามโควตาที่แจ้งไว้กับกรมโรงงานเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาการตรวจสอบไม่เข้มงวด เพราะหลังออกเอกสารอนุญาตจะไม่มีกระบวนการตรวจสอบ
ข้อมูลจากกรมศุลกากร พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม มีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ 20,000 ตัน แต่เฉพาะปี 2559 ปีเดียว นำเข้าที่ตรวจสอบได้ 7000 ตัน ซึ่งสามารถเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานได้จำนวนหนึ่งเนื่องจากกระทำผิดในลักษณะมีการขายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้กับโรงงานอื่น โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะแถลงความชัดเจนถึงมาตรการต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวัน 31 พฤษภาคมนี้