นักวิชาการ คาดนำเข้า “ขยะถุงพลาสติก” ถูกว่าจ้างนำมาทิ้งในไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ยังคงปริศนาสำหรับขยะถุงพลาสติก ที่ถูกนำเข้ามาโดยแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ  ซึ่งเชื่อมโยงจากรายชื่อบริษัท ลองลัค พลาสติก แอนด์ เมทัล จำกัด ที่นำเข้าขยะถุงพลาสติก โดยแสดงเอกสารเท็จนำเข้า เศษพลาสติก 4 ตู้คอนเทนเนอร์ ปริมาณ 58 ตัน แต่จากการตรวจค้นที่บริษัทกลับไม่พบขยะพลาสติก ในพื้นที่ของโรงงาน จึงคาดว่า ไม่มีเจตนานำมารีไซเคิล และเป็นเหตุผลที่ทำให้ “นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม” มองว่า ขยะพลาสติกเหล่านี้ น่าจะถูกว่าจ้างให้นำมาทิ้งในประเทศไทย

วันนี้ (2 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานพลาสติก ที่ถูกเข้าตรวจสอบเพิ่มในวันนี้ คือ บริษัท ลองลัค พลาสติก แอนด์ เมทัล จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง ต.กาหลง จ.สุมทรสาคร ซึ่งเป็นบริษัทที่ขออนุญาตนำเข้าเศษพลาสติก 58 ตัน แต่เปิดตู้คอนเทนเนอร์มา พบว่า เป็นขยะพลาสติกส่งกลิ่นเหม็น ซึ่งไม่สามารถนำเข้าประเทศได้ การตรวจสอบพบว่า โรงงานนี้ ได้รับอนุญาตจัดตั้งเป็นโรงงานคัดแยกขยะ ประเภท 105 และมีใบอนุญาตเป็นโรงงานหล่อหลอมพลาสติก ประเภท 53 เพื่อผลิตเม็ดพลาสติก 


ขณะที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบโดยอ้างอิงจากที่อยู่ตามที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่เมื่อไปถึงไม่พบว่าไม่มีป้ายชื่อโรงงาน แต่การตรวจค้น ไม่พบว่าโรงงานนี้ใช้เศษขยะพลาสติก แบบที่พบในตู้คอนเทนเนอร์ มาเป็นวัตถุดิบ แต่ก็สามารถดำเนินคดีในข้อหาสำแดงเอกสารเป็นเท็จได้อู่แล้ว และจะเรียกกรรมการบริษัทมาสอบถามหาเส้นทางของขยะพลาสติก โดยคาดว่าขยะถุงพลาสติกในรูปแบบที่พบในตู้คอนเทนเนอร์ อาจไม่ได้ถูกนำเข้าเพื่อมาใช้ในกิจการตั้งแต่แรก แต่มีจุดหมายอย่างอื่น

สภาพที่เน่าเหม็นและสกปรก ของขยะถุงพลาสติก 58 ตัน ซึ่งถูกตรวจพบที่ด่านศุลกากรลาดกระบังเมื่อวานนี้ กลายเป็นคำถามใหญ่ว่า ผู้ประกอบการ ที่สำแดงข้อมูลเท็จ มีเจตนานำ “ขยะถุงพลาสติก” เข้ามาในประเทศ เพื่อประกอบกิจการอะไร

นายสมนึก จงมีวศิน ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะนำขยะถุงพลาสติกที่สกปรกเช่นนี้มารีไซเคิล หรือนำเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิต เพราะจะต้องเสียต้นทุนในการล้างทำความสะอาดสูง และชนิกของถุงที่พบไม่ใช้ของที่มีคุณภาพ หากจะนำกลับมาใช้ ต้องทำกระบวนการที่เรียกว่า “ดาวน์ไซเคิล” ซึ่งไม่คุ้มค่าเช่นกัน เพราะจะต้องใช้พลาสติกปริมาณมากเพื่อนำกลับมาใช้ได้ในปริมาณน้อย จึงเห็นว่า การนำเข้า “ขยะพลาสติก” เช่นนี้ อาจไม่ใช่การซื้อเข้ามา แต่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นการถูกว่าจ้างนำขยะพลาสติกมาลักลอบทิ้งในประเทศไทยเลย เพราะนอกจากจีนจะออกกฎห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยังห้ามนำเข้าขยะพลาสติกด้วย


นอกจากนี้นายสมนึก ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบหาสารปนเปื้อนในขยะพลาสติกชุดนี้ เพราะสงสัยว่ามีที่มาจาก 35 ประเทศ จริงหรือไม่ หรือปะปนมากับขยะติดเชื้อในประเทศที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายหรือไม่  

ทีมข่าว PPTV ยังตั้งข้อสังเกตต่อวงจรการเคลื่อนย้าย “ของเสียอันตราย” หลังมีข้อมูลว่า ของเสียอันตรายจากโรงงานอุตสาหกกรรม 15000 แห่ง ในประเทศไทย ที่มีปีละ 3 ล้านตัน ถูกส่งเข้ากำจัดอย่างถูกต้องโรงงานประเภท 101 เพียงปีละ 3 แสนตัน หายไปจากระบบถึง 2 ล้าน 7 แสนตันต่อปี และมี “ขยะอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์” เข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้องเพียง 800 ตันต่อปี

ขณะที่ เอกราช กาศนอก วิศวกรชำนาญการ อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร บอกว่า ในกระบวนการขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานและเริ่มดำเนินกิจการ จะต้องถูกตรวจสอบเครื่องจักร และประเมินกำลังการผลิตเพื่อกำหนด “โควต้านำเข้าวัตถุดิบ” และผู้นำเข้า จะต้องระบุสถานที่สำหรับนำ “กากของเสียของวัตถุดิบ” หรือ “กากสุดท้าย” ไปกำจัดไว้ด้วย แต่บริษัทจะเก็บกากสุดท้ายจากกระบวนการผลิตไว้ก่อนก็ได้ เมื่อพร้อมจึงขอ “ใบอนุญาตนำออก” หรือ ใบ สก.2 ซึ่งแจ้งได้ในระบบออนไลน์ หรือยื่นเอกสาร ซึ่งกระบวนจะคล้ายกันกับ “ของเสียอันตราย” หากไม่ปฏิบัติตามมีโทษปรับ 2 แสนบาท

จากข้อมูล ทำให้เห็นว่า ข้อมูลการมีของเสียอันตราย จะถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่กระบวนก่ารขออนุญาตนำเข้า หรือ หากเป็นโรงงานในประเทศ ก็คำนวนได้จากกำลังการผลิต ว่าจะแต่โรงงานจะต้องเหลือ “กากสุดท้าย” เป็นปริมาณเท่าไหร่ โดยในวงการมีสูตรคำนวนคือ เป็นของดี 60 เปอร์เซ็นต์ ของเสีย 40 เปอร์เซ็นต์ และโรงงานเหล่านี้ จะต้องนำ “กากสุดท้าย” ออกไปกำจัดอย่างถูกต้อง หากเป็นของเสียอันตรายก็ต้องไปที่โรงงานประเภท 101 ซึ่งมีเพียง 3 แห่งในประเทศไทย ดังนั้น จึงมีคำถามว่า โรงงานที่ขออนุญาตนำเข้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมี “กากสุดท้าย” เป็นของเสียอันตราย แต่ไม่เคยมีข้อมูล ส่งกากสุดท้ายออกไปกำจัด ถือว่า เป็นกลุ่มที่กรมโรงานอุตสาหกรรมต้องเข้าไปตรวจสอบ ใช่หรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ