เผยร่างกฎหมายจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ถูกเสนอนานกว่า 10 ปี ยังไม่ผ่าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปัญหาพบซากขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในประเทศไทย ทั้งในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ ล่าสุด กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับว่า มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตนำเข้า ไม่ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และมีรูปแบบการส่งต่อซากอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกลุ่มโรงงานรีไซเคิล จนไปถูกทิ้งในสิ่งแวดล้อม แท้จริงแล้ว มีความพยายามเสนอร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของกรมควบคุมมลพิษ แต่ยังไม่ผ่านสภาฯ แม้ใช้เวลาผลักดันมานานกว่า 10 ปีแล้ว

“ผู้รับผิดชอบ” ที่ถูกระบุไว้ในร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้คำว่า “ผู้ผลิต” ซึ่งมีคำนิยามว่า ต้องหมายถึงเจ้าของยี่ห้อผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ หรือผู้ที่มีชื่ออยู่บนฉลาก หรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัท A นำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศจีนมาที่ไทย 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ตามนิยามของร่างกฎหมายฉบับนี้ บริษัท A จะกลายเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบตามนิยามคำว่า “ผู้ผลิต” ทันที แม้ว่าจะเป็นโรงงานรีไซเคิลเท่านั้น

ผู้ผลักดันร่างกฏหมายฉบับนี้มาตลอด ระบุว่า นิยามของคำว่า “ผู้ผลิต” เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทำให้การผลักดันกฏหมายยากลำบาก และใช้เวลานานกว่า 10 ปีแล้ว เพราะนิยามนี้ จะทำให้ ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบในการ “กำจัด” ซากอิเล็กทรอนิกส์ หากกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้

ประเด็นที่ถูกถกเถียงมากที่สุด คือ มาตรา 14 ของร่างกฏหมาย ระบุว่า ให้ผู้ผลิตมีหน้าที่รับคืนและรวบรวมซากผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันไม่ว่าจะเป็นของผู้ผลิตรายใด หมายความว่า หากมีตู้เย็นที่ไม่สามารถค้นหาที่มาได้ผู้ผลิตตู้เย็นรายอื่นจะต้องรับคืนซากตู้เย็นที่หาแหล่งกำเนิดไม่เจอเพื่อนำไปกำจัดด้วย ข้อถกเถียงนี้คณะทำงานผลักดันร่างกฏหมายเคยเสนอให้กลุ่มผู้ผลิตนำตัวเลขของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่หาที่มาไม่ได้ มาแสดงว่า ในตลาดมีอยู่มากน้อยแค่ไหน เพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไขในกรณีที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้ผลิตไม่เคยนำตัวเลขมาแสดง

ขณะที่การผลักดันร่างกฏหมายนี้ แม้จะระบุให้ผู้ผลิตต้องรับจัดเก็บ และกำจัดซากผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้บังคับให้ต้องดำเนินการเอง หมายความว่า สามารถจัดจ้างบริษัทที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมให้ดำเนินการได้ แต่กฏหมายนี้จะควบคุมดูแล หากพบการลักลอบทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตจะถือว่ามีโทษตามกฏหมายด้วย เช่น หากพบการลักลอบถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ ลักลอบทิ้ง จะมีโทษ จำคุกไม่เกิด 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

สำหรับสถานะของร่างกฏมายฉบับนี้ ปัจจุบัน อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะทำงานศึกษาข้อมูล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ภายใต้การดูแลของวิป สนช. หลังผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 19 ธันวาคม 2560

ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันี้ กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีใจความว่า ได้รับระงับการดำเนินกิจการ โรงงานอุตสาหกรรม 5 แห่ง จาก 7 แห่ง ที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้นำเข้าวัตถุอันตราย  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข

หลังการประชุม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า แม้ร่างกฎหมายการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ ครม. ผ่านความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 แต่ยังอยู่ระหว่างหารือร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อทำรายละเอียดให้ครอบคลุมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ก่อนเสนอให้ วิป สนช. บรรจุเข้าวาระการพิจารณา และคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน


ด้านนายสมชัย มาเสถียร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า ร่างกฎหมายจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นเรื่องใหม่ ที่ต้องพูดคุยกันให้รอบคอบ แต่เชื่อว่า ผู้ที่รับผิดชอบ คือ “กลุ่มผู้ผลิต” ไม่ไมีปัญหาติดขัดอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต ส่วนกฎหมายจะสามารถประกาศบังคับใช้ได้หรือไม่ เชื่อว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้ โดยเชื่อว่าทันทีที่กฎหมายบังคับใช้ จะสามารถทำให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้องได้มากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ