ภาพชินตาบริเวณรอบรั้วโรงเรียนดังหลายแห่งมักจะเต็มไปด้วยชื่อ ใบหน้านักเรียน และผลการสอบเข้าในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป ภาพเหล่านี้ อาจดูเหมือนการยกย่องเชิดชูเด็กที่มีผลการเรียนดี มีความสามารถสอบเข้าโรงเรียนดังหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แต่สำหรับผู้ปกครองคนหนึ่ง เขาเปิดเผยว่า ป้ายเหล่านี้ เป็นที่มาของการติดสินบนเรียกรับเงิน “แป๊ะเจี๊ยะ” เพราะ “ป้าย” เป็นเหมือนตราสัญลักษณ์ เชื้อเชิญให้ผู้ปกครองอยากนำลูกหลานเข้ามาเรียน
ว่าที่ร้อยตรี ทวีศักดิ์ ยศถา ผู้อำนวยการโรงเรียนนนทรีวิทยา เป็นหนึ่งในผู้บริหารโรงเรียนที่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้ เขายอมรับว่า ตลอดชีวิตรับราชการมานานกว่า 15 ปี การเรียกรับเงิน “แป๊ะเจี๊ยะ” ยังเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ในหลายโรงเรียนชื่อดัง และยังทำให้ โรงเรียนอีกจำนวนมาก ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อโรงเรียน คล้ายเป็นสาขาของโรงเรียนชื่อดัง เพราะหวังเพิ่มมูลค่า เพิ่มอัตราเด็กเข้ามาสอบแข่งกันให้สูงขึ้น
ข้อเสนอหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ปัญหาการเรียกรับเงิน “แป๊ะเจี๊ยะ” ผู้อำนวยการโรงเรียนนนทรีวิทยา เสนอว่า การประกาศผลสอบเข้าเรียน ต้องขึ้นคะแนนผู้สมัครทุกคน เพื่อให้เด็กที่เป็นตัวสำรองรู้ว่าตัวเองสอบได้ลำดับที่เท่าไหร่ และมีโอกาสเป็นตัวสำรองหากมีผู้สละสิทธิ์หรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ มีคนอื่นใช้เงินแป๊ะเจี๊ยะ มาสวมสิทธิแทน
รูปแบบการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ ถูกแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ โรงเรียนทั่วไป กับ โรงเรียนยอดนิยม ยิ่งมีผู้สมัครสอบแข่งขันมากเท่าไหร่ การต่อรองราคาเรียกรับผลประโยชน์จะมีมากขึ้นเท่านั้น เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งมีผู้สมัครสอบแข่งขัน 2,000 คน แต่รับนักเรียนได้ 400 คน นั่นหมายความว่า “มีอัตราการแข่งขันสูง” ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ปี 2560 มีเด็กชั้นประถมศึกษา ที่เปลี่ยนช่วงชั้นไป มัธยมศึกษา หายออกไปจากระเบบเกือบ 2 ล้านคน มีทั้งจากความสมัครใจและถูกคัดออก
ณิชาภัทร อินทรกล่อม รายงาน