จอร์จ ไมโลนาคิส อาจารย์จากภาควิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยบริสทอล หนึ่งในคณะนักวิจัย บอกว่าปัจจัยร่วมกันที่มีลักษณะเฉพาะระหว่างทำเลที่ตั้งและการก่อสร้าง ช่วยให้หอเอนเมืองปิซารอดพ้นจากแรงกระทำของแผ่นดินไหวได้โดยชั้นดินที่อยู่ใต้หอเอนปิซานั้น เคยเป็นพื้นของแม่น้ำมาก่อนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จึงทำให้ดินมีคุณสมบัตินุ่มกว่าปกติ ประกอบกับตัวหอที่มีลักษณะเป็นกำแพงหินอ่อนที่หนาและสูง เมื่อคลื่นแผ่นดินไหวมาถึงหอเอน ดินจะมีการเคลื่อนไหวและดูดซับแรงไว้ ขณะที่ตัวหอจะไม่สั่นสะเทือนตาม คล้ายๆ กับอยู่บนกระดานโต้คลื่น ซึ่งถ้าชั้นดินมีความแข็ง คลื่นแผ่นดินไหวก็คงจะกระทบกับหอเอนเต็มๆ และพังลงไปแล้ว อาจจะฟังดูขัดแย้งกัน แต่ก็เป็นชั้นดินเดียวกันนี้เอง ที่ทำให้หอเอนเอียงหลังจากที่ก่อสร้างเสร็จ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
งานวิจัยนี้เป็นผลงานของทีมนักวิจัย 16 คน นำโดยมหาวิทยาลัยโรมา เทร โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก “โอเปรา เดลลา พรีมาซีอาเล พิซานา” องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดูแลการก่อสร้างและบำรุงรักษาอนุสาวรีย์ต่างๆ ในจตุรัสดูโอโมในเมืองปิซา โดยงานวิจัยจะถูกนำเสนออย่างเป็นทางการในการประชุมวิศวกรรมแผ่นดินไหวแห่งยุโรปครั้งที่ 16 ที่ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 18 ถึง 21 มิถุนายนนี้
สำหรับหอเอนเมืองปีซา ถูกสร้างระหว่างปี ค.ศ.1174 – 1370 มีน้ำหนักกว่า 14,000 ตัน และเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี เช่นเดียวกับโคลอสเซียมที่กรุงโรม ทั้งนี้ นักวิจัยเชื่อว่าหอเอนเมืองปิซาจะยังคงยืนหยัดรอดพ้นจากแผ่นดินไหวไปได้อีกเป็นร้อยๆ ปี