นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่ามีการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ โดยคาดว่าการเจริบเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาสแรกของปีนี้จะโตได้ร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่โตร้อยละ 2.3 สืบเนื่องจากการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในการก่อสร้างโครงการด้านคมนาคม ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้ยังอยู่ที่การท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และการเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ
ส่วนการปรับลดอัตรานโยบายลงร้อยละ 0.25 ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมา แต่ส่งผลให้ค่าเงินบาทลดลงเล็กน้อย
ขณะที่ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจยังได้ติดตามความคืบหน้าความร่วมมือไทย-จีน ในโครงการพัฒนารถไฟรางมาตรฐาน เส้นทาง หนองคาย-กรุงเทพฯ และหนองคาย-มาบตาพุด โดยได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบและการก่อสร้าง เทคโนโลยี และบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการขอให้เป็นบริษัทประเทศไทย ส่วนการเดินรถให้เป็นการเดินรถร่วมในลักษณะบริษัทร่วมทุน สำหรับแหล่งเงินจะมาจากหลายแหล่งทั้งการกู้ในประเทศ งบประมาณแผ่นดิน และกู้จากจีน
ด้านนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงและผลจาการจัดระเบียบสังคมกระทบเศรษฐกิจนอกระบบ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่เติบโตได้เร็ว แต่ขณะนี้นายกฯ เน้นเรื่องการสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รักษาวินัยการเงินการคลัง โดยการแก้ไขโครงสร้างกฎหมายรองรับปัญหาหรือมาตรการทางเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้สั่งการยกระดับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจมาเป็นระดับรองจากคณะรัฐมนตรีเต็มคณะ และให้ถือผลการประชุม คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นมติทางการ พร้อมสั่งให้ ครม.เศรษฐกิจ รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศทุกสัปดาห์