“เริ่มแทงบอลตอน ป.6” เปิดใจ “อดีตนักพนันบอล” เผยแม่เพิ่งรู้ตอนอายุ 19 !

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีตนักพนันฟุตบอล เผยเริ่มเล่นแทงบอลมาตั้งแต่ ป.6 เล่นทุกวันจนดึก การเรียนย่ำแย่ เคยคิดอยากขโมยของ เนื่องจากไม่มีเงินไปแทงบอล ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ชี้ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเล่นพนัน จนเด็กคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งจากผลสำรวจชี้ชัดว่าเด็กที่เล่นพนันบอลลอกเลียนแบบมาจากคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ หรือครู

วันนี้ (18 มิ.ย.61) นายเดช กิมเยื้อน นักศึกษาที่เคยติดการพนันฟุตบอล เปิดเผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ถึงประสบการณ์จากการเล่นพนันฟุตบอล ว่า ตนเล่นพนันฟุตบอลมาตั้งแต่เรียนอยู่ ป.6 โดยเริ่มแรกของการเล่นพนัน คือ ไปค้างบ้านเพื่อน ซึ่งเปิดเป็นบ่อนรับพนันบอล ก็เลยได้ไปลองดู เพราะอยากสนุกและอยากมีเงินด้วย ซึ่งตอนนั้นเวลาไปค้างบ้านเพื่อน แม่ก็จะให้เงินมานิดหน่อยแต่ไม่พอ ตนก็ลองเอาเงินไปลงเล่นดูแล้วก็ได้เงินมา หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษามาเรื่อย ๆ เช่นค่าน้ำ ลูกต่อ เป็นต้น โดยขณะนั้นไม่ทราบว่าเป็นสิ่งผิด เพราะไม่มีอะไรมาบอกว่ามันผิด และเห็นทุกคนก็ทำได้ ทำไมตนจะทำไม่ได้ ทั้งนี้เมื่อเข้า ม.1ก็ฝากเพื่อนแทงบอล แต่พอถึง ม.2 แม่ซื้อโทรศัพท์ให้ เพื่อนก็แนะนำให้ลองแทงบอลในเว็บไซต์ และก็เล่นพนันบอลมาตลอด จนถึงปัจจุบัน ซึ่งแม่ไม่ทราบ ก็กลายเป็นว่าติดโทรศัพท์ไปเลย อย่างกินข้าวอยู่ก็จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูสกอร์ เพื่อดูว่าต้องแก้ยังไง สมมติเล่นคู่นี้แล้วจะเอามาแก้มันเด้งขึ้นมาว่าโดนยิง ตนก็ดูโอกาสครองบอลว่าเป็นไปได้ไหมที่ทีมที่ตนแทงอยู่จะมีโอกาสพลิกกลับมาเสมอ หรือชนะเลย ขณะเดียวกันการเรียนในช่วงนั้นย่ำแย่ แต่ละวันตนนั่งแทงบอลจนถึงเวลา 02.00 -03.00 น. แล้วก็ไม่ไปเรียนเลย

“อยู่บ้านคิดแค่ว่าอยากจะหาเงินตลอด เคยคิดว่าจะขโมยของไปขาย แต่ก็ไม่ได้ทำ คิดว่าสงสารแม่ก็เลยไม่ได้ทำอะไร เคยเล่นหนักที่สุดเป็นหมื่น ช่วงนั้น ม.ปลาย ใช้เงินพ่อแม่ทั้งนั้น คิดแค่ว่ามันได้เงินอยากมีเงิน เราอยากรวย จนกระทั่งวันที่ได้เจอแม่ก็เลยเลิก ซึ่งวันที่แม่ร้องไห้หลังทราบว่าตนเล่นการพนัน ตนก็รู้สึกแย่มาก รู้ตัวว่าเป็นลูกที่แย่ ก็เลยสัญญากับเขาว่าจะเลิกเล่น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่อยากเล่นตั้งแต่แรก พ่อแม่ดูไม่รู้หรอกว่าลูกเล่นการพนัน ทุกอย่างก็ปกติเหมือนเดิม เดี๋ยวนี้ลูกไม่ค่อยทำให้เห็นหรอกครับ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว อย่างพ่อแม่บางคนไม่ได่อยู่กับลูกตลอด บางคนคุยกันแค่ 2 ชั่วโมง อย่างผมกับแม่วันหนึ่งแทบไม่ได้คุยกันเลย” นายเดช กล่าว

ชมรายการเต็ม : เปิดใจ "ซูการ์" สุดช็อก! แม่โผล่มาขณะแทงบอล สำนึกผิดปกปิดแม่มาตลอด ขอเลิกพนันตลอดชีวิต

“เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน” เผยผลสำรวจพบเด็กเล่นพนันเลียนแบบมาจากพ่อแม่

นายณัฐพงษ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน ระบุว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเล่นพนัน  อย่างในชีวิตประจำวันรายล้อมไปด้วยการพนันหลากหลายชนิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะบ่มเพาะพฤติกรรม ให้เด็กมองเรื่องการพนันเป็นเรื่องธรรมดา อาจจะฟูมฟักมาจากพฤติกรรมของคนใกล้ตัว เด็กส่วนใหญ่ที่เล่นการพนันนั้นจากผลสำรวจพบว่า เล่นเพราะเห็นคนใกล้ตัวเล่นการพนัน เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครู สิ่งเหล่านั้นทำให้เด็กมีความอยาก ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เด็กอยากรู้อยากลอง เพราะผู้ใหญ่ทำเป็นเรื่องปกติ และปัจจุบันการพนันเข้าถึงได้ง่าย เพราะการพนันเล่นผ่านระบบออนไลน์ เพียงแค่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถเล่นได้ และวิธีการสมัครไม่ได้ยุ่งยาก รวมถึงใช้เงินไม่มากแค่หลักร้อย จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่โจ่งแจ้ง ไม่เหมือนกับการเดินไปโต๊ะบอลสมัยก่อนที่ต้องเอากระดาษไปกา แต่ปัจจุบันเล่นผ่านแอพมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา พ่อแม่ก็จะคิดแค่ว่าเป็นแอพทั่วไป หรือเว็บไซต์ดูสกอร์ฟุตบอลอย่างเดียว ประกอบกับพฤติกรรม ทัศนคติ หรือความเชื่อของกลุ่มคนที่เล่นพนันฟุตบอล เพราะคนที่เล่นพนันฟุตบอลมักมองว่าการเล่นพนันฟุตบอลมันง่าย และน่าจะเป็นช่องทางหาเงินได้ง่าย เนื่องจากพนันฟุตบอลมีอัตราต่อลองที่ไม่เหมือนพนันชนิดอื่น อาจจะลงทุนไม่ต้องเยอะ แต่ถ้าชนะก็อาจจะได้ผลตอบแทนที่ เยอะกว่าสิ่งที่ลงทุนไว้

“พ่อแม่อาจจะสังเกตได้จากพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของลูก อาจจะมีการขอค่าขนมที่เยอะมากกว่าปกติ หรือมีรายจ่ายอื่นที่มากกว่าค่าขาม เช่น ค่ารายงาน และอีกอย่างลูกอาจเก็บตัวมากขึ้น หรือสนใจกีฬาเป็นพิเศษมากขึ้น” ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าว

เล่นพนันบอลจนกลายเป็น “อาชญากร”

นายวัชระ สอนมั่น อดีตนักพนันฟุตบอล กล่าวว่า ตนจากเป็นคนที่มีเงินเยอะ วันหนึ่งได้เป็นหมื่นบาทในช่วงอายุแค่ 14 ปี มีเงินหมุนเป็นหมื่น รับเงินทุกวัน ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์ได้เยอะมาก เพราะตนไม่ได้เรียนจึงมีเวลาในการหาเงิน ก็เลยทำให้มีเพื่อนฝูงรู้จักเยอะ ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนหมดตัว คือเงินไม่ได้มาจากการทำงาน แต่เป็นเงินที่ได้มาไม่ขาวสะอาด จึงไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ก็เลยหมดตัว หลังจากนั้นก็ไปเล่นพนันฟุตบอลต่อ และคิดว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะเล่นและตัดเพื่อนทิ้ง เพื่อที่จะได้มีเงินใช้ แต่วันนั้นไปเล่นแบบไม่มีเงิน สุดท้ายเสียหมดตัว ไม่มีเงินจ่าย 80,000 -90,000 บาท ตนก็หนีไปอยู่ต่างจังหวัดกับเพื่อน ไปช่วยกันทำธุรกิจผิดกฎหมาย แล้วหาเงินมาใช้หนี้ และพ่อช่วยใช้ครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นพอใช้หนี้หมดก็กลับมาอยู่บ้าน แต่กิเลส ไม่หมด จึงเล่นพนันฟุตบอลต่อ แล้วก็คิดว่าจะหาเงินทางไหนก็เลยไปปล้น เพื่อหาเงินมาเล่นพนันฟุตบอล พอหนัก ๆ เข้าก็กลายเป็นอาชญากร ถลำเข้าไปเรื่อย หลังจากนั้นก็ลงมือปล้นหลายครั้ง สุดท้ายโดนตำรวจจับ เพราะเกิดการต่อสู้กันจนเจ้าทุกข์เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 1 คน ทั้งนี้เนื่องจากคำพูดของพ่อที่บอกกับตนว่า “คนเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะเราเป็นคนทำใครจะมารับผิดชอบเรา” ตนจึงยอมมอบตัว ซึ่งวันที่โดนจับทำให้ตนคิดได้เยอะ เช่น เพื่อนที่บอกว่าตายแทนได้นั้น ไม่มีเลย ไม่มีใครมาเยี่ยมตนสักคน มันคือเรื่องจริง แต่กลับเป็นพ่อและครอบครัวที่มาเยี่ยมแทน คนที่ไม่ได้มีผลประโยชนจ์กับตนก็ยังมาเยี่ยม ซึ่งก็คือญาติพี่น้องทั้งนั้น ทำให้ตนทราบว่า เพื่อนจะมีเฉพาะตอนที่มีเงินเท่านั้น

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ