สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประชุมวุฒิสภาแคนาดาลงมติ 52 ต่อ 29 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมายควบคุมการปลูกและจำหน่ายกัญชาเพื่อใช้ในกิจกรรมสันทนาการอย่างถูกกฎหมาย โดยคาดว่าประชาชนชาวแคนาดาจะสามารถเริ่มซื้อหรือใช้กัญชาได้เร็วที่สุดคือในช่วงเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อไว้ที่อย่างน้อย 18 ปี แต่หลายมณฑลกำหนดอายุขั้นต้ำไว้ที่ 19 ปี ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนจำหน่ายกัญชาให้กับเยาวชนที่มีอายุไม่ถึงจะต้องโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี
ส่วนปริมาณกัญชาแห้งที่ผู้ซื้อสามารถพกพาได้ในที่สาธารณะต้องไม่เกิน 30 กรัม โดยผู้ที่อยู่ในแคนาดาจะได้รับอนุญาตให้ซื้อกัญชาและน้ำมันกัญชาจากผู้ผลิตที่มีใบอนุญาตและวางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกต่างๆ รวมทั้งการซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต
ขณะที่รัฐบาลของแต่ละมณฑลมีอำนาจในการวางกฎระเบียบเกี่ยวกับการขายกัญชาและมีอำนาจกำหนดข้อห้ามอื่นๆ เช่น สถานที่ใดบ้างที่อนุญาตให้สูบกัญชา ส่วนรัฐบาลกลางจะวางแนวทางในการควบคุมการทำตลาดที่ต้องไม่เจาะกลุ่มเยาวชน และห้ามใช้ผู้มีชื่อเสียง ในการโฆษณา
ทั้งนี้ แคนาดาเป็นประเทศแรกในกลุ่มชาติอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ที่ทำให้การใช้กัญชาเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนนับจากนี้ คือ การนำร่างกฎหมายดังกล่าวทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระราชินินาถเอลิซาเบธที่2 ลงพระปรมาภิไธย เนื่องจากแคนาดาเป็นสมาชิกประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ จากนั้นรัฐบาลจะเลือกวันในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
สำหรับการครอบครองกัญชาถูกประกาศให้เป็นสิ่งผิดกฎหมายในแคนาดาตั้งแต่ปี 1923 จนกระทั่งปี 2001 ได้มีการอนุญาตให้ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ ซึ่งการปลดล็อกการใช้กัญชาเพื่อความบันเทิง เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงสำคัญของ นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ที่มองว่าการทำให้กัญชาถูกฎหมายจะทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น
ด้านนายทรูโด โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า ที่ผ่านมา เยาวชนในประเทศสามารถเข้าถึงกัญชาได้อย่างง่ายดาย และเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลของเหล่าอาชญากร โดยในปี 2015 มีการประเมินว่าชาวแคนาดาใช้เงินซื้อกัญชารวมกันถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท เทียบเท่ากับเงินที่หมดไปกับการซื้อไวน์เลยทีเดียว
จากนี้ คาดว่า รัฐบาลกลางแคนาดาจะให้เวลารัฐบาลท้องถิ่น 8 ถึง 12 สัปดาห์ จัดตั้งสถานที่จำหน่ายกัญชาแห่งใหม่ ซึ่งกรอบเวลาดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมกัญชาและตำรวจเตรียมความพร้อมสำหรับการบังคับใช้กฎหมายใหม่ฉบับนี้ด้วย
ขณะที่กัญชาแบบผสมในอาหารจะยังไม่มีการจำหน่ายในทันที แต่คาดว่าน่าจะเริ่มขึ้นได้ภายในหนึ่ง 1 ปี หลังการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว เพราะต้องรอให้รัฐบาลกลางวางกฏระเบียบเพื่อควบคุมผลิตภัณฑ์กัญชาผสมอาหารเป็นการเฉพาะ