นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง รายงานสถานการณ์และผลการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการคลัง โดยคาดว่าในปี 58 เศรษฐกิจน่าจะโตได้ที่ระดับประมาณร้อยละ 3.9 โดยได้รับแรงส่งของการใช้จ่ายภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น รวมทั้งมาตรการของกระทรวงการคลังในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ
ขณะที่ การท่องเที่ยวขยายตัวดีขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่คลี่คลายลง และคาดว่าการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น
ประกอบกับการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะทำให้ปริมาณการส่งออกกับประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้น ทดแทนการส่งออกในภาพรวมที่ลดลงได้ โดยในปีนี้คาดการณ์การส่งออกจะขยายตัวได้ร้อยละ 1.4 ซึ่งหากการส่งออกโตได้ร้อยละ 4 ตามที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ อาจทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้มากกว่าร้อยละ 3.9
ส่วนการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาสร้างรายได้ให้กับประเทศอีกครั้งจากเดือน ม.ค. - 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ขยายตัวได้ร้อยละ 27.6 ส่วนฐานะการคลังยังมีความมั่นคง และหนี้สาธารณะยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 46.5
อย่างไรก็ตาม สศค. คาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 1 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 3 แม้ว่าการเบิกจ่ายงประมาณในไตรมาสที่ 1 ของปี 58 จะขยายตัวต่ำ แต่ล่าสุด ณ วันที่ 13 มี.ค. 58 รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจได้เบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 1.54 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 44.3 ของกรอบวงเงินการใช้จ่ายของปีงบประมาณ 58 แบ่งเป็นการเบิกจ่ายการลงทุนของภาครัฐร้อยละ 25.3