วันที่ (25 มิ.ย.61) คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ที่มี พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ตัวแทนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร เข้าร่วมประชุม
ประเด็นหลักในการพูดคุยครั้งนี้ คือการห้ามนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ และ เศษพลาสติกโดยสิ้นเชิง ตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 32 วรรค 2 ที่กำหนดห้ามนำวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าวัตถุอันตราย 7 แห่ง พบการกระทำความผิด 5 แห่ง ส่วนอีก 2 บริษัทที่ทำถูกต้อง
พลเอกสุรศักดิ์ ระบุว่า ประเด็นขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในวาระเร่งด่วน เพราะการประชุมครั้งแรกที่มีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ได้เสนอให้ตนสามารถเสนอ ให้ใช้ มาตรา 44 เพื่อจัดการในเรื่องนี้ได้ แต่ตนคิดว่ายังมีทางแก้ไข โดยให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นหลัก
พลเอกสุรศักดิ์ ยังมีความกังวลว่ามาตรการห้ามนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์ และ เศษพลาสติกเข้าประเทศทั้งหมด ส่งผลกระทบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจถูกกฎหมาย จึงกำชับให้กรมโรงงาน กรมควบคุมมลพิษ นำข้อมูลวิชาการที่ระบุถึงผลเสียของการนำเข้าซากอิเล็กอิเล็กทรอนิกส์ และเศษพลาสติก ชี้แจงให้กับสังคม และสร้างความเข้าใจกับบริษัทที่ประกอบกิจการถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้อง
นอกจากนี้พลเอกสุรศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า การที่กรมโรงงานอนุญาตให้สร้าง โรงงานประกอบกิจการรีไซเคิลทั้งระบบจำนวน 2,240 ราย เป็นจำนวนที่มากเกินไปหรือไม่ และวัตถุดิบที่เข้าโรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่มากจากภายในประเทศ หรือนำเข้ามา หากนำเข้ามาให้กรมโรงงานเร่งนำข้อมูลมาชี้แจงถึงความจำเป็นในการนำเข้า รวมถึงชี้แจงประเด็นอื่นๆที่สังคมตั้งข้อสงสัยด้วย