ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ (25 มิ.ย.61) รถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งผู้ใช้บริการว่า เมื่อเวลา 06.15 น. ระบบอาณัติสัญญาณสถานีสยามขัดข้อง ทำให้ขบวนรถเคลื่อนที่ได้ช้า ทีมงานกำลังแก้ไขโดยเร็วที่สุด อาจมีผู้โดยสารสะสมมากบนชานชาลา หลังจากนั้นก็แจ้งอีกเป็นระยะๆ ว่าระบบอาณัติสัญญาณในสายสีลมและสายสุขุมวิทขัดข้อง
จนเวลา 10.03 น. ระบบอาณัติสัญญาณในสายสีลมและสายสุขุมวิท จึงแก้ไขแล้วเสร็จ ใช้ระยะเวลาแก้ไขเกือบ 4 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ในโลกโซเชียลมีการพูดถึงกรณีนี้จำนวนมาก รวมถึงมีการติดแฮชแท็กที่เกี่ยวกับบีทีเอส โดยเฉพาะ #ยกเลิกสัมปทานBTS จนติดเทรนด์ยอดนิยมของทวิตเตอร์ และเมื่อเวลา 15.40 น. บีทีเอสก็แจ้งว่าระบบอาณัติสัญญาณขัดข้องในสายสุขุมวิทและสายสีลมอีก รวมถึงเวลา 19.00 น. ระบบอาณัติสัญญาณในสายสีลมและสายสุขุมวิทเกิดขัดข้องเพิ่มเติม ก่อนจะซ่อมเสร็จในเวลา 21.00 น.ของคืนที่ผ่านมา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เชิญผู้บริหารรถไฟฟ้าบีทีเอสเข้าชี้แจงด่วน โดยนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ บีทีเอส ยอมรับว่า ในเดือนมิถุนายนเป็นช่วงที่บีทีเอสมีปัญหาขัดข้องมากที่สุดในรอบหลายปี
สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนระบบวิทยุสื่อสารในระบบอาณัติสัญญาณเพื่อรองรับการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นปัญหาที่อยู่เหนือการคาดการณ์ และยังไม่มั่นใจว่าตลอดสัปดาห์นี้อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้อีก
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การเปลี่ยนระบบจะแล้วเสร็จในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายลง ส่วนการชดเชยในรูปแบบอื่นๆจะต้องมีการหารืออีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า กรุงเทพมหานครมีการกำหนดเคพีไอ เรื่องความตรงต่อเวลาไว้ที่ 97.5% แต่ขณะนี้ค่าเฉลี่ยความตรงต่อเวลาของบีทีเอสในปัจจุบันอยู่ที่ 99%
เมื่อย้อนหลังดูสถิติ การเสียหรือระบบขัดข้องของรถไฟฟ้าบีทีเอสพบว่า ตั้งแต่ 1 มกราคมที่ผ่านมาจนถึง 25 มิถุนายนนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องมาแล้วรวม 28 ครั้ง โดยเดือนมิถุนายน ถือว่าระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องมากที่สุดถึง 9 ครั้ง
'ดีแทค' แจง คลื่นไม่ทำให้การเดินรถไฟฟ้า BTS. ขัดข้อง!!
วันเดียวกัน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ชี้แจงว่า การใช้งานบนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของดีแทคและทีโอทีไม่ได้ส่งคลื่นใดๆ ออกมานอกเหนือจากแบนด์ที่ทีโอทีได้รับการจัดสรรมา ซึ่งไม่น่าเป็นสาเหตุของการขัดข้องในการให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ทางดีแทคกำลังร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและร่วมแก้ไขกับบีทีเอสอย่างใกล้ชิดต่อไป