วันนี้(28 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กว่า 3 ชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่เดินเครื่องเจาะชั้นหินที่ เจาะเข้าไปบริเวณผนังถ้ำ เพื่อให้น้ำภายในถ้ำนั้นออกมา เพื่อต้องการลดระดับน้ำภายในถ้ำ
โดยเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ไม่ให้เข้า และหลายๆหน่วยงานกำลังเร่งและพยายามทำภารกิจนี้ให้ประสบผลสำเร็จ เพราะเชื่อว่าหากสามารถเจาะลงไปบริเวณของชั้นน้ำใต้ดินที่อยู่บริเวณใต้ถ้ำได้ และสามารถสูบออกมาได้ ปริมาณน้ำจำนวนมากที่อยู่ภายในถ้ำจะออกมา และทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำลดลงได้
ด้านเจ้าของเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งอยู่ระหว่างควบคุมการเดินเครื่องขุดเจาะน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ในตอนแรกวางแผนว่าจะเจาะลงแนวนอน แต่เจออุปสรรคคือเจาะลงไปแล้วหลุมมันแฉลบ เนื่องจากที่โครงสร้างธรณีแถวนี้มันเป็นโพรงมาก พอเจาะไปเจอโพรงชั้นแรกก็ยังพอได้อยู่ ชั้นที่สอง ชั้นที่สามเริ่งเบี่ยงเบน
ทำให้มีการปรับเปลี่ยนแผนจากการเจาะในแนวระนาบ เป็นการเจาะในแนวดิ่งแทน ซึ่งการเจาะในแนวดิ่งอาจทำให้รอยแตกถึงกันได้ เมื่อรอยแตกถึงกันได้ ก็สามารถสูบเอาน้ำจากใต้ดินออกมา เมื่อเจาะลงไปประมาณ 10 นิ้ว ก็จะใช้เครื่องสูบน้ำขึ้นมาซึ่งหากทำสำเร็จน้ำจะไหลออกมาได้กว่า 100 คิว ต่อชั่วโมง จากนั้นก็จะดำเนินการเจาะมาเรื่อยๆ
แต่ขณะนี้อุปสรรคที่เกิดขึ้น คือ เครื่องมือและอุปกรณ์ค่อนข้างหาได้ยาก เนื่องจากการจราจรที่ติดขัด ทำให้ยังไม่สามารถทำงานได้
โดยในการขุดเจาะน้ำบาดาลครั้งนี้จะมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และเป็นผู้ที่สร้างเครื่องจักร ซึ่งมีประสบการณ์ช่วยเหลือคนงานที่เหมืองประเทศชิลี ที่ติดอยู่กว่า 700 เมตร จำนวน 33 คน จะเป็นผู้มาให้คำแนะนำ และประเมินการทำงาน
นอกจากนี้จากการสอบถาม พลตำรวจโทไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ระบุว่าการดำเนินการตอนนี้ นอกจากการเจาะหิน การสูบน้ำก็จะทำเช่นเดียวกัน การสูบน้ำแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ บริเวณด้านในถ้ำกับบริเวณปากถ้ำที่มีการเอ่อท่วมเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ซึ่งมีความพยายามในการสูบน้ำบริเวณปากถ้ำออก แต่ก็พบว่าระดับน้ำภายในไม่ลดลง เพราะวัตถุประสงค์หลัก คือ ต้องการลดระดับน้ำในตัวถ้ำ จึงต้องมีการปรับแผนสูบร้ำทั้งบริเวณปากถ้ำ และในตัวถ้ำ