ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีในโลกออนไลน์แชร์คลิป กลุ่มวิชาชีพครู รวมตัวกันประกาศปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป พร้อมชักชวนลูกหนี้ ช.พ.ค. ทั่วประเทศ 4 แสน 5 หมื่นคน ร่วมกันยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไปอีกด้วยนั้น
ล่าสุดนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองว่าก่อนหน้านี้ สกสค. และธนาคารออมสิน ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของ สมาชิก ช.พ.ค. และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ตามนโยบายของรัฐบาล
โดยสำนักงาน สกสค. ขอไม่รับเงินสนับสนุนจากธนาคาร แต่ให้นำเงินดังกล่าวประมาณปีละกว่า 2 พันล้านบาท ไปลดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงินดี ซึ่งครูกว่า 4 แสนคนที่เป็นลูกหนี้ที่ดีจะได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปด้วยดี ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างให้ความร่วมมือและพยายามช่วยกันแก้ไขปัญหา พร้อมกันนี้ สกสค. ต้องทำความเข้าใจกับครู เพราะเกรงว่าหากครูยุติการชำระหนี้ ถ้าธนาคารออมสินฟ้องร้องและศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย จะเกิดปัญหาขาดคุณสมบัติของการเป็นครู โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้เกิน 1 ล้านบาท
ขณะที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจในการพักชำระหนี้ให้ใครได้ เพราะอำนาจเป็นของธนาคารออมสิน ส่วนกรณีที่มีการอ้างถึงสมาชิก จำนวนกว่า 4 แสนคน ว่าจะยุติการชำระหนี้นั้น ตนคิดว่าครูกลุ่มนี้สามารถพูดในนามสมาชิก ช.พ.ค. กว่า 4 แสนคนได้หรือไม่
นอกจากนี้ บุคคลที่ปรากฏในคลิปก็ไม่ทราบว่าเป็นครูกี่คน เพราะคนที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. มีกลุ่มผู้ที่เกษียณอายุราชการรวมอยู่ด้วย อีกทั้งทาง สกสค. และธนาคารออมสิน ก็ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. แล้ว ซึ่งก็มีกลุ่มครูที่ได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว และตนไม่ต้องการที่จะชี้ว่าใครเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ดี