วันนี้(28 ก.ค.61) จากกรณีนางอัจฉรา กนกพัชรกุล อายุ 65 ปี พบเงินสดจำนวน 117,000 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรใบละ 1 พันบาททิ้งเกลื่อนอยู่ในถังขยะข้างตลาดเทศบาล 1 ก่อนนำเงินทั้งหมดมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามหาเจ้าของ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อคืนนี้ นางฉลวย แซ่เตียว อายุ 83 ปี อาชีพขายลอตเตอรี่ ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงตนและขอรับเงินสด จำนวน 117,000 บาท
นางฉลวย เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพขายลอตเตอรี่มาหลายสิบปี และจะนำเงินที่ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเก็บไว้ภายในกระป๋องสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายซื้อลอตเตอรี่มาขายงวดต่อไป และอีกส่วนเก็บไว้ในตู้ไม้เพื่อสะสมเอาไว้ใช้ส่วนตัว เงินที่นำมาทิ้งเป็นเงินที่อยู่ในตู้ไม้ เนื่องจากเก็บมานาน และพบว่าตู้ไม้โดนปลวกกินจนเกือบหมด ด้วยความตกใจจึงหยิบเงินออกมาดู เห็นรอยปลวกแทะกิน คิดว่าเงินคงใช้ไม่ได้แล้ว อีกทั้งมีสภาพเก่า คาดว่าธนาคารคงไม่รับแลก จึงได้นำเงินออกมา 1 แสนกว่าบาท ใส่ถุงกระดาษใบใหญ่แล้วเดินไปทิ้งที่ถังขยะข้างตลาด ส่วนเงินที่เหลือตั้งใจว่าจะนำมาทิ้งอีกคราวหน้า จากนั้นก็ไปขายลอตเตอรี่ตามปกติ
เจ้าหน้าที่จึงโทรศัพท์เรียก นางอัจฉรา ผู้เก็บเงินได้ให้เข้ามาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง ปรากฎว่าเมื่อทั้งสองคนพบหน้ากันต่างแสดงความดีใจ เพราะจำได้ว่าคนที่นำเงินไปทิ้งถังขยะในเช้าวันนั้น คือนางฉลวย โดยทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านใกล้กัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้นัดให้นางฉลวย มาเอาเงินคืนในวันที่ วันที่ 31 ก.ค.นี้
สำหรับธนบัตรที่ชำรุด เช่น ขาดวิ่น ถูกมอดแมลงกัดกิน ถูกไฟไหม้ ฯลฯ ย่อมเป็นธนบัตรที่มีสภาพไม่น่าใช้งานหรือสร้างความไม่แน่ใจแก่ผู้รับ และที่สำคัญกฎหมายกำหนดไว้ว่า ธนบัตรชำรุดไม่เป็นเงินที่สามารถนำมาใช้ได้ตามกฎหมาย แต่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นธนบัตรใหม่ได้ตามที่มีบัญญัติไว้ในมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 คือ ธนบัตรซึ่งมีส่วนหนึ่งส่วนใดขาดหายไป หากส่วนที่เหลืออยู่มีมากกว่าครึ่งฉบับ สามารถแลกเปลี่ยนได้เต็มราคา