คนกัมพูชาเรียกวันนี้ (28 ก.ค.61) ว่า "วันขาว" วันก่อนเลือกตั้งหนึ่งวันเพื่อให้ประชาชนได้คิดพิจารณาอย่างสงบก่อนที่จะหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ถนนหนทางในกรุงพนมเปญเงียบ สงบไม่มีรถหรือการรณรงค์หาเสียง สมเด็จฮุนเซนขึ้นเวทีประกาศว่า อย่างไรก็ตามพรรค CPP ก็ชนะเลือกตั้ง อย่างแน่นอน มีการพูดถึงความสำเร็จในการบริหารประเทศ 33 ปีที่ผ่านมา การพาประเทศหลุดจากซากสงคราม รวมทั้งมีการพูดถึงความสำเร็จของการทำให้กัมพูชามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวดเร็ว 1 ใน 10 ของโลก
ส่วนประเด็นว่าใครจะชนะเลือกตั้งไม่มีคำถามแล้ว เนื่องจากพรรค CPP ของสมเด็จฮุนเซนชนะแน่ๆ เพราะการเลือกตั้งหนนี้ไม่มีพรรคการเมือง ฝ่ายค้านหลักของ CNRP ที่ถูกยุบไปเมื่อปีที่แล้ว และคนสำคัญ ของพรรคถ้าไม่ลี้ภัยการเมืองก็ถูกคุมขังอยู่ ดังนั้นประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ใครชนะเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การเลือก ตั้งครั้งนี้มีความชอบธรรมมากขนาดไหน และสิ่งหนึ่งที่จะวัดได้คือ จำนวนของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ จนถึงเมื่อวานนี้ พรรค CPP รณรงค์อย่างหนักเพื่อให้คนไปใช้สิทธิ เพราะ ต้องการความชอบธรรมผ่านจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
การรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเกิดขึ้นท่ามกลางการออกมาเรียก ร้องให้มีการบอยคอตการเลือกตั้งจากผู้นำฝ่ายค้าน "สม รังสี" ที่ขอลี้ภัยอยู่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลและคณะกรรมการเลือกตั้งได้ ออกมาเตือนว่าการรณรงค์คว่ำบาตรการเลือกตั้งถือว่าผิด กฎหมายมีการตั้งข้อสังเกตุว่า วิธีหนึ่งที่จะมีการใช้เพื่อตรวจสอบว่า มีใครบ้างที่ไม่ออกไปใช้สิทธิ์คือ การใช้หมึกจุ่มนิ้ว มีการตั้งข้อสังเกต หมึกลบไม่ได้ที่สั่งซื้อจากประเทศอินเดียในวงเงิน 800,000 เหรียญสหรัฐฯหรือ 26 ล้านบาทจะถูกนำมาใช้ตรวจตราผู้ไม่ไป ลงคะแนน แต่โฆษกคณะกรรมการเลือกตั้งบอกกับทีมข่าวว่า หมึกลบ ออกยากนี้จะใช้เพื่อป้องกันประชาชนลงคะแนนเสียงซ้ำเท่านั้น
คำถามว่า การรณรงค์บอยคอตการเลือกตั้งจะส่งผลมากน้อย ขนาดไหน นักวิเคราะห์การเมืองชาวกัมพูชารายหนึ่งที่ทีมข่าวคุยด้วย บอกว่า น่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ไม่มากก็น้อย เพราะยังมีคนไม่น้อยที่ยังเชื่อฟังอดีตผู้นำฝ่ายค้านอยู่ นอกจากนี้มาตรการที่มีการออกมาใช้สำหรับผู้ที่จะไม่ออกไปลง คะแนนเสียง ทำให้คนจำนวนหนึ่งเกิดความกลัวและอาจจะออกมา ใช้สิทธิ์แต่ไม่ลงคะแนนเสียงหรือไม่ก็ทำให้บัตรลงคะแนนกลาย เป็นบัตรเสีย ซึ่งจำนวนบัตรเสียหลังการนับคะแนนเลือกตั้งจะเป็น คำตอบได้ดีที่สุดว่าประชาชนออกมาใช้สิทธิด้วยความตั้งใจจริง หรือออกมาเพียงเพราะกลัวและต้องการให้มีน้ำหมึกติดนิ้วไว้ ป้องกันตนเองเท่านั้น
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของประชาคมโลกสำหรับการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายค้าน ถึงแม้จะมีผู้สังเกตุการณ์จากทั่วโลก 539 คน มาสังเกตุการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้แต่ก็ขาดผู้ สังเกตุการณ์ที่มาจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป และล่าสุด คือญี่ปุ่น ก็ตัดสินใจไม่ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม รวมถึงเครือข่าย เอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีหรือ ANFREL เนื่องจากมองว่าขาด พรรคฝ่ายค้านหลักและถือเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม
ทั้งหมดนี้คือประเด็นที่ต้องจับตาดูใน วันพรุ่งนี้ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า CPP จะชนะถึงแม้มีอีก 19 พรรคลงแข่งแต่ก็เป็นพรรคที่เล็กมาก ดูว่าจะมีคนมาใช้สิทธิ์มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความนิยมและการยอมรับ ในตัว CPP และสมเด็จฮุนเซนว่าจะมากขึ้นหรือน้อยลง
กรุณา บัวคำศรี รายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา