ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ สื่อสารเพื่อแสดงความชัดเจนทางการเมือง ที่อ้างว่าจะสนับสนุนเผด็จการหรือประชาธิปไตย นัยยะหนึ่งถูกตีความว่าพูดสกัดกั้นการระดมคนเข้าพรรคการเมืองที่มีแนวโน้มสนับสนุนรัฐบาล คสช.ให้กลับมามีอำนาจทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ทำให้กลุ่มสามมิตร รวมถึง พรรคพลังประชารัฐ ที่เดินสายทาบทามอดีต ส.ส.ไปร่วมงาน ตกเป็นเป้าทางการเมืองทันที แต่นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร ยังคงยืนยันว่า ไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เพราะไม่เคยสนับสนุนเผด็จการ และสังคมให้ความสนใจปัญหาปากท้อง และความปรองดองที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง
นายภิรมย์ ยังเชื่อว่าการเลือกตั้ง จะยังเกิดขึ้นตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด และจะยังเดินหน้าพูดคุยกับอดีต ส.ส.และนักการเมือง ภาคประชาสังคม เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการต่อไป และขณะให้สัมภาษณ์พีพีทีวีวันนี้ ( 2 ส.ค.) นายภิรมย์ ได้เชิญนายสุรสิทธิ์ ตรีทอง อดีต ส.ส. สัดส่วนกลุ่มที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาร่วมพูดคุยด้วย แต่นายสุรสิทธิ์ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์รายละเอียดในเข้าร่วมกลุ่มสามมิตรในช่วงนี้ และนายภิรมย์ยังนำนายเทพพนม นามลี แกนนำ นปช.สุรินทร์ ที่ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มสามมิตร เตรียมสังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้ว และมีรายงานว่ากลุ่มสามมิตรได้ทาบทามอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์เข้าร่วมกลุ่มแล้ว 12-13 คน รอเพียงการตัดสินใจครั้งสุดท้ายเท่านั้น
ส่วนการโพสต์เฟซบุ๊กล่าสุดของนายนคร ที่มีเนื้อหายินดีต้อนรับพรรคประชาธิปัตย์ เข้าสู่การต่อสู้ หลังฝ่ายกฎหมายของพรรคเตรียมดำเนินคดีหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ //วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิ์ ไม่ใช่สงครามหรือการต่อสู้ แต่จะพิสูจน์ว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์นัยยะทางการเมือง และส่วนตัวไม่มีปัญหา ถ้าใครจะย้ายพรรค แต่ไม่ควรนำความเท็จมาใส่ร้ายคนอื่น เพื่อประโยชน์ทางการเมือง