วันนี้ (4 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทาน เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ประจำวันที่ 3 สิงหาคม พบว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร มีปริมาณ 525 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 101 เปอร์เซ็นต์ ของระดับน้ำเก็บกักของอ่าง ทั้งนี้กรมชลประทาน ระบุว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ได้เร่งระบายน้ำผ่านทางระบบชลประทาน พร้อมติดตั้งกาลักน้ำช่วยในการระบายน้ำ ซึ่งสามารถระบายน้ำได้รวมกันทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อวัน เพื่อควบคุมปริมาณน้ำในอ่างให้ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ควบคุม
โดยได้สั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล ดำเนินการติดตั้งกาลักน้ำเพิ่มเติมอีกจำนวน 15 ชุด รวมทั้งสิ้น 25 จุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำเป็น ได้ 4.15 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้การควบคุมปริมาณน้ำในอ่าง อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้เร็วขึ้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สิ้นสุดฤดูฝน จึงต้องเตรียมพื้นที่ไว้รองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างฯมากขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งการระบายน้ำออกจากอ่างฯ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ ปริมาณน้ำที่ระบายทั้งหมดจะไหลลงสู่ลำน้ำอูน และลำน้ำสงคราม ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง บริเวณ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ชลประทาน ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในลำน้ำสงครามอย่างใกล้ชิด
ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 5-8 สิงหาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งและดินโคลนถล่มไว้ด้วย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า เผยถาพภ่ายดาวเทียม Cosmo-Skymed-3 วิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ของวันที่ 4 สิงหาคม 2561 พบพื้นที่น้ำท่วมขังในจังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ บริเวณพื้นที่สีฟ้าโดยในส่วนของจิสด้าได้ดำเนินการวางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนสะสมในบริเวณที่ลุ่ม