เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่องช่วงเที่ยงวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น จุดเกิดเหตุคือสะพานโมรานดี (Morandi) บนทางหลวงมอเตอร์เวย์สาย A10 ในเมืองเจนัว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี มีความสูงจากพื้นดินราว 100 เมตร โดยช่วงของสะพานที่ถล่มนั้นมีความยาวหลายสิบเมตร และอยู่เหนือแม่น้ำปอลเชเวรา (Polcevera) ขณะที่สื่อท้องถิ่น “ลา เรปูบลิกา (La Repubblica)” รายงานว่า จุดที่สะพานถล่มเป็นบริเวณที่มีโรงงานและบ้านเรือนที่มีผู้อาศัยอยู่หนาแน่น ด้านหัวหน้าสำนักงานป้องกันสาธารณภัยเปิดเผยว่า มีรถยนต์ 30 ถึง 35 คัน และรถบรรทุกอีก 3 คน ที่วิ่งอยู่บนสะพานตอนที่เกิดการถล่ม
หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 200 นาย ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยพบผู้บาดเจ็บและสามารถช่วยออกจากซากคอนกรีตนำส่งโรงพยาบาลแล้ว 4 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด อยู่ที่อย่างน้อย 35 คน แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
ด้าน นายดานิโล โตนิเนลลี รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่า เหตุดังกล่าวเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ โดยเขากำลังติดตามสถานการณ์ในเจนัว และประสานกับสำนักงานทางหลวงอย่างใกล้ชิด ขณะที่นายมัตเตโอ ซาลวานี รัฐมนตรีมหาดไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ร่วมปฏิบัติการกู้ภัย พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดหรือมีส่วนรับผิดชอบให้ได้
สำหรับสะพานโมรานดี ซึ่งตั้งชื่อตามสถาปนิกชาวอิตาเลียน ริคคาร์โด โมรันดี (Riccardo Morando) ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 1967 โดยตัวสะพานมีความยาวทั้งหมด 1.1 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม รายงานของสำนักงานทางหลวงของอิตาลี “เอาโต้สตราด เปร์ ลิตาเลีย (Autostrade per l’italia)” เมื่อปี 2011 ระบุว่า สะพานดังกล่าวมีการเสื่อมสภาพ ซึ่งปริมาณการจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนของแต่ละวันยิ่งกระตุ้นเกิดความเสียหายหนักขึ้น สะพานแห่งนี้จึงต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้