วันนี้(16 ส.ค.61) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ว่าเมื่อเวลา 4 นาฬิกาของวันนี้ พายุโซนร้อน “เบบินคา" บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 400 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนามความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันพรุ่งนี้
หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวในวันที่ 18 สิงหาคม ลักษณะเช่นนี้ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
ช่วงวันที่ 16-18 สิงหาคม 2561 ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร, ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561
หลังได้รับแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาเกี่ยวกับอิทธิพลของพายุเบบินคาทำให้ชาวนาในตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร พากันเร่งเกี่ยวข้าวนาปรังให้แล้วเสร็จเป็นการเร่งด่วน โดยว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวไปช่วยเกี่ยวข้าว แม้ว่าข้าวนาปรังบางแปลงจะยังแก่ไม่เต็มที่ก็ตาม แต่เพื่อลดความเสี่ยงลงเนื่องจากในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำและเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทุกปี
ส่วนที่จังหวัดยะลา ตั้งแต่ช่วงเช้า ได้เกิดหมอกควันสีขาวเข้ามาปกคลุมทั่วท้องฟ้า เบื้องต้นคาดว่าเป็นหมอกควันจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงนี้ของทุกปี
หมอกควันที่เกิดขึ้นส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่ ทัศนวิสัยในการสัญจรยังใช้ได้ตามปกติ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษมากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางสาย 418 ทั้งขาเข้าเมืองยะลา และขาออกไปยังจังหวัดปัตตานีและสงขลา
ทั้งนี้ มีรายงานจากกรมควบคุมมลพิษถึงสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ตอนล่างว่าตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2561 เป็นต้นมา ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10) ในจังหวัดเขตภาคใต้ตอนล่างมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสูงสุดในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 ตรวจวัดได้ระหว่าง 29-72 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยังไม่เกินค่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งกำหนดไว้ที่120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็น
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้