วันนี้ (23 ส.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 2 คน เป็นเสมือนตัวแทนของข้อถกเถียงต่อการเสนอปรับปรุงแก้ไขกฎหมายของกรมขนส่งทางบก โดยได้รวมกฎหมาย2ฉบับคือ พ.ร.บ.รถยนต์ ปี 2522 และ พ.ร.บ.ขนส่ง ปี 2522 เข้าด้วยกัน สาระสำคัญ คือการเพิ่มมาตรการลงโทษทั้งกับผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ จากเดิม ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท และถ้าใบขับขี่หมดอายุ เดิม ปรับไม่เกิน 2 พันบาท เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท และขับรถโดยไม่แสดงใบขับขี่ จากเดิม ปรับไม่เกิน 1 พันบาท เป็นปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
เรื่องนี้กำลังเป็นข้อถกเถียงในสังคมว่า การเพิ่มโทษสูงขึ้นอาจทำให้ กลายเป็นการเปิดช่องให้ตำรวจจจราจรเรียกรับผลประโยชน์ได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาส ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ในฐานะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ร่าง พรบ.ฉบับนี้หากบังคับใช้ พนักงานสอบสวนไม่ได้เปรียบเทียบปรับ แต่การปรับจะอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล โดยระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกส่วนแบ่งค่าปรับให้กับตำรวจจราจร เพื่อป้องกันข้อครหาว่าตำรวจจราจรเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่ง ตอนนี้อยู่ในขั้นการพิจารณา คาดว่าแล้วเสร็จต้นปี 2562
สำหรับส่วนแบ่งค่าปรับจราจรปัจจุบัน ยกตัวอย่าง ปรับ 100 บาท เงินจำนวน 50 บาท จะถูกส่งเข้าท้องถิ่น เข้ากองทุนค่าใช้จ่ายบำรุงด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับจราจร 2 บาท 50สตางค์ และอีก47 บาท 50 สตางค์ เป็นส่วนแบ่งให้ตำรวจจราจร ส่วนแนวคิดในของ ร่างกฎหมายใหม่ นางสุภา โชติงาม ผู้อำนวยการ สำนักกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก บอกว่า โทษปรับที่หนักขึ้น จะช่วยให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ จะต้องนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู้การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณา 3 วาระ ก่อนให้คณะรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 1 ปี
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้