วันนี้ (24 ส.ค.61) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผบก.ส.3) ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก ร่วมกันแถลงข่าวกรณีร่างกฎหมายที่เพิ่มโทษกับผู้ขับขี่
นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก อยู่ระหว่างเสนอแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยรวมเข้าไว้ด้วยกัน แล้วยกร่างเป็นกฎหมายใหม่ คือ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ... สาระสำคัญ คือ รวมเรื่องรถยนต์และการขนส่งทางบก พร้อมครอบคลุมระบบโลจิสติกส์ทั้งหมดครบวงจร เพื่อให้ทันต่อนวัตกรรม พฤติกรรมของประชาชน สะดวกต่อการบังคับใช้ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีการแล้วและเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. และตามขั้นตอนกฎหมาย
นายกมล กล่าวว่า ในกฎหมายขนส่งการไม่พกใบขับขี่ก็มีอัตราโทษที่สูงอยู่แล้ว คือ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ส่วนพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งการรวมร่างกฎหมายเป็นเรื่องจำเป็น โดยปรับโทษให้มีความเหมาะสม
นายกมล กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ พบว่า มีรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียน 20 ล้านคัน แต่มีผู้ที่มีใบขับขี่ 11-12 ล้านคน เหลืออีกประมาณ 8 ล้านคนไม่มีใบขับขี่ ส่วนการอบรมใบขับขี่ใช้เวลา 2 วัน ส่วนผู้ที่จะทำใบขับขี่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ จากมูลนิธิขับรถปลอดภัย กล่าวว่า ใบขับขี่เป็นหัวใจสำคัญของผู้ที่จะขับขี่รถบนท้องถนน ทั้งนี้ ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวน 822 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากการขี่มอเตอร์ไซค์จำนวน 460 ราย จากข้อมูลพบว่าเด็กที่อายุน้อยที่สุดที่ขี่มอเตอร์ไซค์มีอายุ 9 ขวบ
ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ เมื่อต้นปี 2561 พบว่า คนขับขี่รถกระบะไม่มีใบขับขี่ 5 % ส่วนคนขับขี่รถยนต์ไม่มีใบขับขี่ 9 % ขณะที่คนขับขี่รถจักรยานยนต์ 30 % ไม่มีใบขับขี่ จากกลุ่มตัวอย่าง 3,000 คน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ากลุ่มที่ไม่มีใบขับขี่จะมีสัดส่วนการเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มที่มีใบขับขี่ถึง 2 เท่า เนื่องจากกลุ่มที่มีใบขับขี่จะรู้วิธีทำให้ตนเองปลอดภัยจากการขับขี่รถมากกว่าผู้ที่ไม่มีใบขับขี่
นอกจากนี้ การสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ ในปี 2553 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 70,000 คน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งหมด พบว่า 30 % ไม่มีใบขับขี่ และผู้ที่ไม่มีใบขับขี่ส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 15-25 ปี คิดเป็น 45 %
กรมการขนส่งทางบก ระบุ รถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2561) มีจำนวนทั้งสิ้น 38,428,304 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์จำนวน 20,548,178 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 8,796,543 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจำนวน 6,451,730 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 424,922 คัน ส่วนรถโดยสารประจำทางรวมจำนวนทั้งสิ้น 78,390 คัน ในขณะที่รถโดยสารไม่ประจำทางสะสมจำนวน 68,015 คัน และรถบรรทุกจำนวน 1,090,765 คัน
พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 (ผบก.ส.3) กล่าวว่า ในส่วนของการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายคงต้องใช้กระบวนการพิจารณาทางนิติบัญญัติที่ยาวนาน ดังนั้นต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีใบขับขี่
สำหรับข้อเสนอโทษที่เพิ่ม คือ
-หากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่เดิมอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แก้ไขเป็น จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท
-ขับขี่รถโดยปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ หรือ ถูกพัก หรือ ถูกถอน หรือว่า ถูกยึดใบขับขี่ เดิมอัตราโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยให้ เพิ่มอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
-ขับขี่รถโดยไม่ยอมแสดงใบขับขี่เมื่อถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจ เดิมปรับไม่เกิน 1,000 บาท แก้เป็น ปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ทั้งนี้ หาก ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ฉบับใหม่ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะได้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะควบคู่ไปกับกระบวนการตราออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป
อ่านข่าว :
เพิ่มโทษ! แก้กฎหมายใหม่ ขับรถไม่มีใบขับขี่ปรับ 5 หมื่นบาท จำคุก 3 เดือน
ผู้ขับขี่บิ๊กไบค์หนุน “ใบขับขี่บิ๊กไบค์” แต่ค้านเพิ่มโทษไม่พกใบขับขี่
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้