เมื่อวันที่ (24 ส.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิขับรถปลอดภัย ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย และกรมการขนส่งทางบก แถลงข่าวร่วมกันถึงประเด็น ปรับเพิ่มโทษใบขับขี่ โดยทุกฝ่ายเห็นสอดคล้องกันว่า โทษปรับเรื่อง โทษปรับและจำคุกที่เพิ่มขึ้นจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ สาระสำคัญ คือการเพิ่มมาตรการลงโทษทั้งกับผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ จากเดิม ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท และถ้าใบขับขี่หมดอายุ เดิม ปรับไม่เกิน 2,000 บาท เป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท และขับรถโดยไม่แสดงใบขับขี่ จากเดิม ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เป็นปรับไม่เกิน 10,000 บาท
มีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจจาก นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิขับรถปลอดภัย นำสถิติมานำเสนอพบว่า ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวน 822 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากการขี่มอเตอร์ไซค์จำนวน 460 ราย จากข้อมูลพบว่าเด็กที่อายุน้อยที่สุดที่ขี่มอเตอร์ไซค์มีอายุ 9 ขวบ มองว่าหากกฎหมายนี้บังคับใช้ คาด 1 ปีจะช่วย ลดผู้เสียชีวิต ขี่มอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้ได้
ข้อมูลการสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ ต้นปี 2561 พบว่า คนขับขี่รถกระบะไม่มีใบขับขี่ 5 % ส่วนคนขับขี่รถยนต์ไม่มีใบขับขี่ 9 % ขณะที่คนขับขี่รถจักรยานยนต์ 30 % ไม่มีใบขับขี่ จากกลุ่มตัวอย่าง 3,000 คน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ากลุ่มที่ไม่มีใบขับขี่ จะมีสัดส่วนการเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มที่มีใบขับขี่ถึง 2 เท่า เนื่องจากกลุ่มที่มีใบขับขี่จะรู้วิธีทำให้ตนเองปลอดภัยจากการขับขี่รถ มากกว่าผู้ที่ไม่มีใบขับขี่
ร่างกฎหมายนี้ อยู่ระหว่างให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ จะเข้าสู้การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจาณา 3 วาระ ก่อนให้คณะรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศ 1 ปี ซึ่งนายกลม บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่าตอนนี้กรมขนส่งทางบก รวบรวมทุกข้อเสนอแนะจากโซเชียลมีเดีย ทำเป็นข้อมูลส่งแนบไปยัง สนช.ด้วย เพื่อให้พิจารณามาตรการให้เหมาะสมกับประชาชน