เมื่อวันที่ 4ก.ย.61 ชาวต.บ้านร่อม อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนผ่านทีมข่าวพีพีทีวีว่า ได้รับผลกระทบจากน้ำในบ่อที่ใช้เลี้ยงจระเข้กว่า 4 พันตัว ซึมเข้ามาในบริเวณใต้ถุนบ้านส่งกลิ่นเหม็น มานานกว่า 2 ปี แม้จะเคยพูดคุยกับเจ้าของฟาร์มให้แก้ไข แต่ก็ไม่แก้ไขปรับปรุง
นายชุมพล รัตน์ห่วง ที่ได้รับผลกระทบเล่าว่า นอกจากน้ำเสียแล้ว ยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เพราะเคยมีจระเข้ 3-4 ตัวหลุดออกจากบ่อเข้ามาในบ้าน ล่าสุดยังจับไม่ได้ ขณะที่เจ้าของบ่อเสนอให้จับไปคืนจะให้ราคาตัวละ 500 บาท ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้บางคนต้องไปอาศัยเช่าห้องอยู่ข้างนอก เพราะทนกลิ่นเหม็นไม่ไหวและกลัวอันตราย
ทีมข่าวได้ติดต่อเจ้าของฟาร์มจระเข้ เพื่อคำชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ได้รับการปฏิเสธให้ข้อมูล และอ้างว่ามีใบอนุญาตจากประมงจังหวัดอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี 2559 ทีมข่าวจึงสอบถามไปยังองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร่อม ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่น แต่นายสัมภาษ อยู่พร้อม นายก อบต.บ้านร่อม ยืนยันว่า ฟาร์มจระเข้แห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาตจากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านร่อม
ขณะที่นาย ทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พื้นที่ตำบลบ้านร่อม ไม่สามารถประกอบธุรกิจเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดเพื่อการค้าได้ เพราะเป็นพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยและใช้ทำเกษตรกรรมเท่านั้น ส่วนที่อ้างว่าในอนุญาต ต้องสอบถามมีการพิจารณาขั้นตอนออกใบอนุญาตได้อย่างไร เพราะการเลี้ยงจระเข้ จัดอยู่ในประเภทธุรกิจที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข 2535
นายอำเภอท่าเรือ ยังระบุด้วยว่า จากนี้จะเข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านที่ร้องเรียน เนื่องจากใกล้ช่วงหน้าน้ำ หากจระเข้หลุดออกมาจากฟาร์ม อาจทำให้เกิดอันตรายกับชาวบ้านได้ ล่าสุดได้สั่งให้เจ้าของฟาร์มย้ายจระเข้ออกนอกฟาร์มภายใน 30 วัน หากไม่ปฏิบัติตามจะใช้อำนาจพนักงานท้องถิ่นอายัดขายทอดตลาดต่อไป
อ่านเพิ่มเติม : เดือดร้อนหนัก!! “ฟาร์มจระเข้” อยุธยา ส่งกลิ่นเหม็น-หวั่นหลุดทำร้ายคน
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้