วันนี้ (5 ก.ย.61) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นเชบี ที่มีความรุนแรงสุดในรอบ 25 ปี ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะเคลื่อนผ่านเกาะฮอกไกโด ลงไปในทะเลญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามทางการยังประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังพายุลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และคลื่นสูง ตลอดแนวชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศต่อไป
โดยจุดที่เสียหายหนักที่สุดในตอนนี้ คือ สนามบินนานาชาติคันไซ ในเมืองโอซากา ที่ยังปิดให้บริการอย่างไม่มีกำหนด จากเหตุน้ำท่วมรันเวย์ ขณะที่สะพานที่ใช้เป็นทางเข้าออกสนามบินก็ยังคงได้รับความเสียหาย หลังถูกเรือบรรทุกน้ำมันชนเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.61) ส่วนภายในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งถูกน้ำทะลักเข้าท่วมบริเวณชั้นใต้ดิน เบื้องต้นพบว่าระบบลำเลียงกระเป๋า ได้รับความเสียหายบางส่วน เช่นเดียวกับระบบไฟฟ้าและระบบคอมพิวเตอร์ของบางสายการบิน ที่ไม่สามารถใช้การได้
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางสนามบินได้เริ่มทยอยย้ายผู้โดยสารที่ตกค้าง ไปยังสนามบินโกเบ ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยหลัก ๆ จะใช้เรือเฟอร์รี ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้ครั้งละ 110 คน นอกจากนี้ ยังนำรถบัสโดยสารเข้ามาช่วยระบายผู้โดยสารบางส่วนไปยังแผ่นดินใหญ่ด้วย หลังวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า โครงสร้างของสะพานเข้าออกสนามบินยังแข็งแรง พอจะให้รถยนต์แล่นผ่านได้
ด้านสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ออกแถลงการณ์ ระว่า แนะนำช่องทางการเดินทางกลับประเทศให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยขอให้ติดต่อกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของแต่ละสายการบิน เพื่อขอรับความช่วยเหลือ
สำหรับผลกระทบจากการปิดสนามบินครั้งนี้ อาจทำให้ทางการสูญเสียรายได้มหาศาล เนื่องจากสนามบินนานาชาติคันไซถือเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อญี่ปุ่น เข้ากับจุดหมายปลายทางใน 80 เมืองทั่วโลก โดยจนถึงขณะนี้ มีเที่ยวบินทั้งขาเข้า และออกจากสนามบินนานาชาติคันไซ ถูกยกเลิกแล้วกว่า 162 เที่ยว ซึ่งยังไม่รวมถึงเที่ยวบินอีกทั่วประเทศกว่า 800 เที่ยว ที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้ ส่วนบริการรถไฟทุกประเภท เริ่มกลับมาให้บริการตามปกติแล้ว แต่ยังมีในบางเส้นทางที่ยังคงล่าช้า
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากพายุไต้ฝุ่นลูกนี้แล้วอย่างน้อย 11 คน ส่วนใหญ่ถูกลมพัดตกจากที่สูง ถูกสิ่งของที่ปลิวมากระแทกใส่ และถูกอาคารถล่มทับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 340 คน ในจำนวนนี้มี 2 คนที่มีอาการสาหัส