จากกรณี หญิงอายุ 41 ปี ขับรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู เข้าอุโมงค์ลอดทางรถไฟ ทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หลักกม. 3+800 ขาเข้า ถนนมอเตอร์เวย์ ที่เชื่อมต่อไปยังซอยอ่อนนุช 65 แยก14 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. แต่ถูกน้ำทะลักเข้าท่วมภายในอุโมงค์จนเสียชีวิตคารถ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น
วันนี้ 7 ก.ย. 61 รายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ มาพูดคุย และแนะนำวิธีการเอาชีวิตรอดหากเกิดเหตุการณ์รถจมน้ำ หรือ เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้น
โดย นาย พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ กล่าวว่า รถจมน้ำมี 2ลักษณะ คือ 1 ขับรถไปตามถนนแล้วตกลงไปในคลอง หรือ ในแม่น้ำ 2. ขับเข้าไปหาน้ำ ดังนั้น เมื่อขับรถไปในจุดที่เราไม่เคยไปแล้วเห็นน้ำขังเต็มถนน เราจะต้องประเมินระดับความลึกของน้ำ และความเชี่ยวของน้ำ โดยให้สังเกตต้นไม้ข้างทาง หรือ เสาไฟฟ้า ถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำลึกหรือไม่ลึก ต้องรอให้รถใหญ่วิ่งผ่านไปก่อน หรือให้รถที่ใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำวิ่งไปก่อน
ถ้าไม่มีรถอื่นวิ่งผ่านมา หากน้ำไม่เชี่ยวให้ลงจากรถแล้วลองเดินลุยน้ำสำรวจความลึก ถ้าน้ำต่ำกว่าหัวเข่าประมาณ 40 เซนติเมตร รถเก๋งทั่วไปสามารถเสี่ยงขับลุยไปได้ แต่ถ้ารถเก๋งเล็ก หรือ รถโหลดเตี้ย ไม่ควรเสี่ยง ถ้าน้ำระดับ 70 เซนติเมตร รถบิ๊กอัพสามารถเสี่ยงลุยไปได้ แต่ต้องขับช้าๆเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นทะลักเข้ามาในห้องเครื่อง ถ้าขับเร็วจนน้ำเข้าห้องเครื่องจะทำให้เครื่องยนต์ดับได้ และถ้าน้ำไหลเชี่ยวเมื่อมาแตะใต้ท้องรถ ก็จะทำให้รถลอยเสมือนเรือและก็จะพัดให้ตกถนนไปได้
สำหรับหลักการความปลอดภัยของรถยนต์ หากขับอยู่ดีๆ มีอะไรเกิดขึ้นกับรถ เช่น มีกลุ่มควัน มีกลิ่นน้ำมัน หรืออะไรต่างๆ 1. ต้องออกจากรถให้เร็วที่สุด 2.ต้องไปให้ไกลจากตัวรถให้มากที่สุดเหตุการณ์นี้ในข่าวบอกว่าผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์ไปหาคนรู้จัก และก็ว่ายน้ำไม่เป็น ดังนั้นคิดว่าเขาอาจจะเกิดจากความกลัว บวกกับทัศนะคติของคนไทยที่มักถูกสอนมาว่าถ้าเกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่าให้อยู่ในพื้นที่ที่มิดชิด หรือให้อยู่ในบ้าน เขาจึงคิดว่าอยู่ในรถปลอดภัยที่สุด แต่บังเอิญมีน้ำไหลเข้ามาอีกจนเพิ่มน้ำสูงขึ้น เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึงครึ่งกระจกจะให้เปิดประตูออกได้ยากมาก
ดังนั้นหากตกในอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวเมื่อระดับสูงจนเปิดประตูไม่ได้ควรทุบกระจกทันที โดยให้เลือกทุบกระจกข้างหรือกระจกด้านหลัง เพราะกระจกหน้าเป็นกระจก2ชั้นค่อนข้างเหนียว โดยของแข็งที่จะทุบกระจกหาง่ายที่สุด คือ พนักพิงศีรษะ เมื่อปลดออกมาจะมีขาเหล็ก 1คู่ จากนั้นก็กระแทกเข้าไปที่กระจกประตูรถทันที เมื่อกระจกแตกแล้วก็รีบออกจากรถ
“เวลารถตกน้ำให้รีบออกจากรถให้เร็วที่สุด แล้วหนีไปไกลจากตัวรถไกลมากที่สุด เพราะของที่มีน้ำหนักมากๆ หรือ มีขนาดใหญ่เมื่อจมน้ำจะเกิดคล้ายน้ำวนดูดของใกล้ๆลงตามไปด้วย”ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ กล่าว
นาย พัฒนเดช กล่าวอีกว่า เวลาที่ตนเองขับรถยนต์แล้วเห็นอุโมงค์ก็ไม่ค่อยสบายใจ อย่างอุโมงค์ถนนรัชดาภิเษก เวลาฝนตกหนักๆระบายน้ำไม่ทัน เพราะบ้านเราเป็นพื้นที่ราบลุ่ม และการขับรถในอุโมงค์มีความเสี่ยงมากๆ
ดูคลิปเต็มได้ที่นี่>>> “กูรูรถยนต์” ชี้ กทม. ไม่เหมาะทำอุโมงค์ให้รถยนต์ลอด เพราะที่ราบลุ่ม หากระบายน้ำไม่ทัน เสี่ยงเกิดเหตุสลดซ้ำ