“นักวิชาการ” เปิดโมเดล "เพื่อไทย-ปชป." จับมือโหวตขวาง "ประยุทธ์" นั่งนายกฯคนนอก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“นักวิชาการ” ชี้ ถ้าฝ่ายการเมืองไม่เอาคสช. มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ อาจจับมือกันโหวตขวางพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้เข้ามาเป็นนายกฯคนนอก แนะ “บิ๊กตู่” ลงสนามการเลือกตั้งรอบแรก ตัดสินใจเป็นสมาชิกบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง อย่ารอรอบ 2 เพราะฝ่ายการเมืองอาจโหวตสวน

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2561 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ว่า การเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะสถานการณ์พาไป แม้แต่นักวิชาการชาวต่างชาติ ที่ ศึกษาเรื่องการเมืองไทยมานานก็บอกว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และกรอบการเลือกตั้งยาวถึง 5 พ.ค. 2562 แต่ก็ต้องดู คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คนที่เข้ามาใหม่จะดำเนินการอย่างไร แต่ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่บอกว่าตั้งแต่แรก ว่าวันที่ 24ก.พ.2562 เป็นทางเลือกแรก และ อีกหลายๆเรื่องที่เป็นสัญญาณ คือ การทำทามไลน์สรรหา ส.ว. เพราะกฎหมายระบุว่าต้องได้รายชื่อส.ว.ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. 15วัน และสิ่งที่กกต.ได้ดำเนินการคือต้องได้รายชื่อจบภายใน15 วัน ก่อนวันที่ 24 ก.พ. 2562 ซึ่งก็ประมาณวันที่ 9 ก.พ.2562 หรือ วันที่ 10 ก.พ. 2560 จะต้องได้รายชื่อส.ว.เพื่อจะได้ให้คสช.ไปคัดเลือกต่อ และการเตรียมการต่างๆของกกต.ก็ค่อนข้างชัดเจน

ส่วนท่าทีทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะประกาศในเดือนก.ย.นั้น ดร.สติธร ระบุว่า จริงๆแล้วพล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องประกาศท่าทีทางการเมืองในตอนนี้ หรือไม่ต้องประกาศท่าทีใดๆ  เพราะเมื่อกกต.ประกาศ พ.ร.ก.ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการ เช่น การเสนอชื่อนายกฯ 3 รายชื่อ ถ้ามีพรรคการเมืองไปทาบทามอยากจะให้มาอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง เพื่อจะได้เสนอชื่อเป็น นายกฯ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ตอบตกลงก็แปลว่าพล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจลงสู่สนามเลือกตั้ง

เมื่อประกาศพ.ร.ก.ให้เลือกตั้งฯ สิ่งแรกที่กกต.จะต้องทำคือ เปิดรับสมัคร ให้พรรคการเมืองส่งรายชื่อผู้ที่จะสมัครส.ส. ซึ่งคาดว่าประมาณ เดือน ธ.ค.นี้ ส่วนตัวไม่กล้าฟันธงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลงสู่สนามการเลือกตั้ง แต่ในใจก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ถูกเสนอชื่อ1ใน3 ที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯคนต่อไป เพราะคิดว่าทางเลือกนี้ดีที่สุด ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยังคิดว่าอยากจะมาสานงานต่อทางเลือกคือลงรอบแรกเหมาะสมที่สุด แต่จะต้องสลัดภาพให้ทุกฝ่ายเห็นว่าจะไม่ใช่อำนาจในทางบริหาร หรือ ในฐานะหัวหน้าคสช. เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าไม่สลัดภาพนี้ออกไปพรรคคู่แข่งจะโจมตีอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่หลายคนอาจมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องลงรอบแรก ให้ลงรอบที่ 2 หากในที่ชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถเลือกนายกฯได้ นั้น ดร.สติธร ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเลือกทางนี้ได้ แต่ในมุมมองของตนคิดว่ายาก เพราะประตูที่เปิดให้พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามารอบ 2 จะมีต้องคะแนนเสียงในสภาถึง 500 เสียง แม้จะมี 250 เสียงจาก ส.ว.ที่เตรียมโหวตให้แล้วก็ตาม แต่พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องไปหาอีก 250 จากส.ส. เพื่อมาโหวตให้ อันนี้ถือว่ายากมาก เพราะถ้าส.ส.เขารวมกันได้ 250 เสียง นั่นหมายความว่าเขามีเสียงพอที่จะเป็นรัฐบาลเองได้เพียงแต่เขาจะต้องไปหาเพิ่มอีก 125เสียงเท่านั้น เพราะว่าการเลือกนายกฯรอบนี้ใช้ 750 เสียง และเมื่อฝ่ายการเมืองได้เสียงข้างมากจะเป็นต้นทุนให้กับเขา ถ้าเขาได้นายกฯเมื่อไหร่ก็จะเป็นฐานจูงใจให้ส.ส.ที่เหลือมารวมกับเขาด้วย ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ลงรอบแรกต้องการคะแนนเสียงส.ส.ในสภาเพียง 126 เสียง เพราะมีส.ว. 250 เสียงที่พร้อมจะโหวตให้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ดร.สติธร ยกตัวอย่างว่า “ถ้าตนเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล และไม่อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯ แต่พรรคของตนไม่สามารถชนะเลือกตั้ง 250 เสียงได้ แต่พรรคคู่แข่งรวมกันแล้วได้ 200 นั่ง และ พรรคของตนมีประมาณ180 ที่นั่ง โหวตนายกฯรอบแรก ไม่มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ แต่มีชื่อหัวหน้าพรรคฝ่ายตรงข้าม พรรคของตนอาจจะยกมือบวกคะแนนเสียงให้พรรคตรงข้ามเพื่อให้ได้ 376เสียง ซึ่งพรรคตนไม่ได้เป็นนายกฯไม่เป็นไร เพราะไม่อยากให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ

“สมมุติพรรคเพื่อไทย มี 200 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ มี 180 ที่นั่ง เมื่อรวมกันแล้วได้ 380 ที่นั่ง ซึ่งได้นายกฯแน่นอน แต่เพื่อไทย ยอมยกมือโหวตให้นาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เป็นนายกฯ ยอมเทคะแนนให้ประชาธิปัตย์ได้นายกฯไป แต่พรรคเพื่อไทยไม่ขอจับมือร่วมรัฐบาลด้วย ขอเป็นฝ่ายค้านที่เป็นพรรคใหญ่ เพราะไม่ต้องการเปิดประตูให้พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาเป็นนายกฯคนนอก ถ้าเลือกตั้งในอนาคตฝ่ายการเมืองไม่เอาคสช.โอกาสแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ ”   นักวิชาการผู้ชำนาญการ กล่าว

ส่วนที่ นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวิตตอบโต้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม นั้น ดร. สติธร กล่าวว่า ถ้าเป็นนักมวย ก็คือ รุ่นใหญ่เปิดหน้าชกกัน ก็แปลว่ากองเชียร์ก็แห่กันเชียร์เสียงดังด้วย เพราะเวทีการเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูงมาก  และ บ่งชี้ได้ชัดเจนว่าทำไมคสช.ถึงระมัดระวัง ในเรื่องการปลดล็อก คลายล็อก เพราะในมุมของคสช. ไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าปล่อยหมด สถานการณ์ในปัจจุบันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  

เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะมีความหมายต่อสนามเลือกตั้ง หรือไม่ ดร. สติธร กล่าวว่า ก็มีความหมาย แต่ถ้าเป็นพรรคอื่นอย่างพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคไม่มีความหมายอะไร ทำหน้าที่เหมือนเชิงธุรการ เพราะพรรคเพื่อไทยมีบทเรียนมาเยอะ ถ้าพรรคถูกยุบเมื่อไหร่หัวหน้าพรรคก็หมดความหมาย พรรคเพื่อไทยจึงไม่เอาคนที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯมาเป็นหัวหน้าพรรค ส่วนจะชูคนในตระกูลชินวัตรขึ้น เป็นนายกฯ ก็มีทางเป็นไปได้เพราะคนที่ถูกเสนอชื่อมีตั้ง 3คน

ส่วนพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าความหวังยังริบหรี่ แต่ก็มีเปอร์เซ็นที่จะได้เกิน 250 ที่นั่ง แต่ถ้าชนะจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้  376 ที่นั่ง เชื่อว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ดูคลิปได้ที่นี่>>>“นักวิชาการ” เปิดโมเดล "เพื่อไทย-ปชป." จับมือโหวตขวาง "ประยุทธ์" ขึ้นนายกฯ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ